ฉลากอาหารเสริมเป็นจุดที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากใช้เวลาไปกับงานออกแบบ สีสัน และภาพลักษณ์ แต่สิ่งที่ตัดสินว่าสินค้าจะวางขายได้อย่างราบรื่นหรือไม่ คือข้อมูลบนฉลากต้องครบและถูกต้องตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร คำเตือนที่มีกรอบและขนาดตัวอักษรกำหนดไว้ ไปจนถึงปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่ต้องอยู่ในกรอบของประกาศฉบับใหม่ หากฉลากขาดข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือมีข้อความที่ชวนให้เข้าใจผิด การแก้ไขหลังพิมพ์แล้วมักหมายถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูญเปล่าและเวลาที่เสียไป
ฉลากอาหารเสริมเป็นจุดที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากใช้เวลาไปกับงานออกแบบ สีสัน และภาพลักษณ์ แต่สิ่งที่ตัดสินว่าสินค้าจะวางขายได้อย่างราบรื่นหรือไม่ คือข้อมูลบนฉลากต้องครบและถูกต้องตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร คำเตือนที่มีกรอบและขนาดตัวอักษรกำหนดไว้ ไปจนถึงปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่ต้องอยู่ในกรอบของประกาศฉบับใหม่ หากฉลากขาดข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือมีข้อความที่ชวนให้เข้าใจผิด การแก้ไขหลังพิมพ์แล้วมักหมายถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูญเปล่าและเวลาที่เสียไป
ฉลากอาหารเสริมเป็นจุดที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากใช้เวลาไปกับงานออกแบบ สีสัน และภาพลักษณ์ แต่สิ่งที่ตัดสินว่าสินค้าจะวางขายได้อย่างราบรื่นหรือไม่ คือข้อมูลบนฉลากต้องครบและถูกต้องตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร คำเตือนที่มีกรอบและขนาดตัวอักษรกำหนดไว้ ไปจนถึงปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่ต้องอยู่ในกรอบของประกาศฉบับใหม่ หากฉลากขาดข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือมีข้อความที่ชวนให้เข้าใจผิด การแก้ไขหลังพิมพ์แล้วมักหมายถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูญเปล่าและเวลาที่เสียไป
บทความนี้รวบรวมเช็กลิสต์ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ใช้อยู่ ณ เดือนกันยายน 2569 ได้แก่ ประกาศฉบับที่ 293 ซึ่งเป็นฉบับหลักของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฉบับแก้ไขที่ 309, 405, 411 และ 448 ประกาศฉบับที่ 447 เรื่องการกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลาก และประกาศฉบับที่ 450 ว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ โดยเรียงให้อ่านง่ายในมุมของเจ้าของแบรนด์ที่จ้างโรงงานผลิตแบบ OEM และมีหัวข้อเฉพาะสำหรับฉลากซอฟท์เจล เช่น น้ำมันปลา น้ำมันอีฟนิงพริมโรส และเลซิติน ซึ่งมีคำเตือนและตัวเลขเฉพาะที่ต้องแสดง
ACC Nutraceutical เป็นโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในจังหวัดชุมพร เริ่มต้นจากการผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ก่อนต่อยอดสู่การผลิตซอฟท์เจล แคปซูล และยาอัดเม็ด (Tablet) พร้อมบริการบรรจุแผงบลิสเตอร์ จัดหาบรรจุภัณฑ์ และช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการจดทะเบียน อย. งานฉลากจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทีมงานต้องดูร่วมกับเจ้าของแบรนด์ในทุกโครงการ เนื้อหาต่อไปนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อใช้วางแผน ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย รายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบกับประกาศฉบับภาษาไทยในราชกิจจานุเบกษาและเจ้าหน้าที่ อย. อีกครั้ง
1. ประกาศ อย. ที่กำกับฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปัจจุบัน
กฎเรื่องฉลากอาหารเสริมไม่ได้อยู่ในประกาศฉบับเดียว แต่ต้องอ่านเป็นชุด เพราะประกาศฉบับหลักถูกแก้ไขหลายครั้ง และยังมีประกาศว่าด้วยฉลากอาหารทั่วไป ฉลากโภชนาการ และการกล่าวอ้างทางสุขภาพที่ใช้ร่วมกัน ชุดประกาศที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้จักมีดังนี้
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นฉบับหลักที่กำหนดนิยาม คุณภาพ และข้อกำหนดเฉพาะของฉลาก
- ประกาศฉบับที่ 309 พ.ศ. 2550 เป็นฉบับแก้ไขที่เกี่ยวกับข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
- ประกาศฉบับที่ 405 พ.ศ. 2562 เปลี่ยนสถานะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน แก้รายการบนฉลาก และเพิ่มคำเตือนตามชนิดของส่วนประกอบ
- ประกาศฉบับที่ 411 พ.ศ. 2562 แก้ถ้อยคำคำเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด รวมถึงฉลากที่ไม่ได้จำหน่ายต่อผู้บริโภคโดยตรง
- ประกาศฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ ซึ่งเป็นที่มาของค่าอ้างอิงสารอาหาร Thai RDIs
- ประกาศฉบับที่ 447 พ.ศ. 2566 เรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก
- ประกาศฉบับที่ 448 พ.ศ. 2566 กำหนดชนิดและปริมาณสูงสุดของวิตามินและแร่ธาตุในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีผลบังคับตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2567
- ประกาศฉบับที่ 450 พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 และใช้แทนประกาศฉบับที่ 367 พ.ศ. 2557
สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่มีฉลากเดิมออกแบบไว้ตามประกาศฉบับที่ 367 ประกาศ 450 ฉลากอาหารในภาชนะบรรจุกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านให้ฉลากแบบเดิมจำหน่ายต่อได้ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่ประกาศ 450 มีผลบังคับ เมื่อนับจากเดือนกรกฎาคม 2567 กรอบเวลานี้ได้ครบหรือใกล้ครบแล้ว วันสุดท้ายที่แน่นอนควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ แต่ในทางปฏิบัติ ฉลากที่จะออกแบบหรือสั่งพิมพ์ใหม่ในตอนนี้ควรยึดประกาศฉบับที่ 450 เป็นหลักตั้งแต่ต้น ไม่ควรคัดลอกฉลากรุ่นเก่ามาใช้ต่อโดยไม่ตรวจทาน
อีกประเด็นที่ควรเข้าใจคือ ข้อความภาษาอังกฤษของประกาศที่ อย. เผยแพร่เป็นฉบับแปลที่ไม่เป็นทางการ ฉบับภาษาไทยในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้นที่มีผลทางกฎหมาย ดังนั้นเวลายกข้อความคำเตือนมาใส่บนฉลาก ควรคัดลอกจากฉบับภาษาไทยให้ตรงทุกตัวอักษร ไม่แปลกลับจากภาษาอังกฤษหรือเรียบเรียงใหม่เอง
2. ข้อมูลบังคับบนฉลากและกติกาเรื่องภาษาไทย
ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5 กำหนดให้ฉลากอาหารในภาชนะบรรจุต้องแสดงข้อความเป็นภาษาไทย โดยจะมีภาษาต่างประเทศเพิ่มด้วยก็ได้ แบรนด์ที่วางตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงออกแบบฉลากสองภาษาได้ แต่ข้อมูลบังคับต้องมีภาษาไทยครบถ้วนเสมอ รายการพื้นฐานที่ต้องปรากฏบนฉลากตามข้อ 5 มีดังนี้
- ชื่ออาหาร
- เลขสารบบอาหาร 13 หลัก
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้แบ่งบรรจุ หรือผู้นำเข้า
- ปริมาณสุทธิ
- ร้อยละของส่วนประกอบหลัก
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
- วัตถุเจือปนอาหาร
- วันหมดอายุ หรือวันควรบริโภคก่อน
- คำเตือน
- วิธีเก็บรักษา
นอกจากรายการพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังมีรายการเฉพาะตามประกาศฉบับที่ 293 ข้อ 9 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศฉบับที่ 405 เรื่องแรกคือชื่ออาหารต้องมีคำว่า "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือกำกับชื่อไว้ เรื่องที่สองคือปริมาณที่บรรจุ ถ้าเป็นเม็ดหรือแคปซูลให้แสดงเป็นจำนวน ของเหลวแสดงเป็นปริมาตรสุทธิ และของแข็งแสดงเป็นน้ำหนักสุทธิ ฉลากซอฟท์เจลและแคปซูลจึงระบุเป็นจำนวนเม็ดหรือจำนวนแคปซูลต่อบรรจุภัณฑ์ เรื่องที่สามคือต้องแสดงชื่อและปริมาณของส่วนประกอบสำคัญ รวมถึงส่วนประกอบที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย
สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศ ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5(3) กำหนดให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ หรือสำนักงานใหญ่ โดยต้องสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ชัดว่ารายชื่อนั้นมีบทบาทเป็นผู้ผลิต ผู้แบ่งบรรจุ สำนักงานใหญ่ หรือผู้นำเข้า ในงาน OEM ที่เจ้าของแบรนด์ต้องการใส่ชื่อบริษัทของตนเพิ่มเติม เช่น ในรูปแบบ "จัดจำหน่ายโดย" ประกาศไม่ได้ห้ามไว้ในส่วนที่ตรวจพบ แต่ก็ไม่พบข้อความที่กำหนดรูปแบบไว้ชัดเจน รูปแบบการแสดงจึงควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อนพิมพ์จริง
ตัวเลขเลขสารบบอาหารบนฉลากต้องมีขนาดและสีตามที่ อย. กำหนดไว้ในประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 15(2) และข้อ 16(1) นักออกแบบจึงไม่ควรย่อกรอบเลข อย. ให้เล็กลงหรือเปลี่ยนสีให้กลืนกับพื้นฉลากเพื่อความสวยงาม ส่วนเลขสารบบของสินค้าที่จ้างผลิตจะยื่นในนามสถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเลขบนฉลากต้องตรงกับใบสำคัญที่ได้รับจริงของผลิตภัณฑ์นั้น
3. คำเตือนฉลากอาหารเสริม 4 บรรทัดที่ขาดไม่ได้
ประกาศฉบับที่ 411 ข้อ 1 แทนลำดับที่ 1 ของบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับที่ 293 โดยกำหนดคำเตือนที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดต้องแสดง พร้อมเงื่อนไขเรื่องกรอบ สี และลักษณะตัวอักษร ซึ่งเป็นจุดที่ฉลากหลายรุ่นตกหล่นได้ง่าย รายละเอียดมีดังนี้
- คำว่า "คำเตือน" ต้องใช้ตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตร อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม สีของตัวอักษรต้องตัดกับสีพื้นของกรอบ และสีของกรอบต้องตัดกับสีพื้นของฉลาก
- ข้อความ "เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน" ต้องใช้ตัวอักษรที่เห็นได้ชัดเจน
- ข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ" ต้องใช้ตัวอักษรที่เห็นได้ชัดเจน
- ข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค" ต้องเป็นตัวอักษรหนาทึบ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม และใช้สีตัดกันในลักษณะเดียวกับคำว่า "คำเตือน"
ในทางปฏิบัติ ปัญหาที่เจอได้บนฉลากคำเตือนมักไม่ใช่การลืมข้อความทั้งหมด แต่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ใส่ข้อความครบแต่ไม่มีกรอบ ใช้ตัวอักษรบางเกินไปสำหรับข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค" เลือกสีกรอบใกล้เคียงกับพื้นฉลากจนมองไม่ออก หรือย่อขนาดคำว่า "คำเตือน" ให้เล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตรเพื่อให้พอกับพื้นที่ ฉลากขวดเล็กหรือกล่องแผงบลิสเตอร์ที่มีพื้นที่จำกัดจึงควรกันพื้นที่สำหรับกล่องคำเตือนไว้ตั้งแต่ตอนวางเลย์เอาต์ ไม่ควรเติมเข้าไปในนาทีสุดท้าย
4. คำเตือนเฉพาะตามส่วนประกอบ จุดสำคัญของฉลากซอฟท์เจล
นอกจากคำเตือน 4 บรรทัดที่ใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ บัญชีแนบท้ายประกาศฉบับที่ 405 ลำดับ 2.1 ถึง 2.20 ยังกำหนดคำเตือนเพิ่มเติมและข้อมูลที่ต้องแสดงตามชนิดของส่วนประกอบ ส่วนประกอบหลายรายการเป็นวัตถุดิบกลุ่มน้ำมันที่นิยมบรรจุในรูปแบบซอฟท์เจล ฉลากซอฟท์เจลจึงต้องตรวจรายการนี้อย่างละเอียด ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
- น้ำมันปลา (ลำดับ 2.4) ต้องมีข้อความ "ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา" และ "ควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือแอสไพริน" พร้อมแสดงปริมาณน้ำมันปลา EPA DHA และกรดไขมันอิ่มตัว เป็นมิลลิกรัมต่อ 1 แคปซูล
- น้ำมันอีฟนิงพริมโรส (ลำดับ 2.5) ต้องมีข้อความ "ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมชัก" และ "ควรระวังในผู้ที่ได้รับยารักษาโรคลมชัก" พร้อมแสดงปริมาณกรดไลโนเลอิกและกรดแกมมา-ไลโนเลนิก
- เลซิติน (ลำดับ 2.8) ต้องแสดงปริมาณเลซิตินและฟอสฟาติดิลโคลีนต่อแคปซูล
- สารสกัดขมิ้นชันกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (ลำดับ 2.10) ต้องมีข้อความ "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน"
- วิตามินเค 2 ชนิด MK-7 (ลำดับ 2.15) ต้องแสดงคำเตือนสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ตามถ้อยคำในบัญชีแนบท้ายประกาศ
- ไฟโตสเตอรอลหรือแพลนท์สตานอล (ลำดับ 2.17) ต้องแสดงข้อความและคำเตือนสีแดงในกรอบ รวมถึงข้อความ "ไม่ควรรับประทานแพลนท์ สตานอล/สเตอรอล เกินวันละ 2 กรัม"
รายการข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างที่ใกล้ตัวงานซอฟท์เจล บัญชีแนบท้ายยังมีส่วนประกอบอื่นอีกหลายรายการ ก่อนสรุปแบบฉลาก ควรไล่ตรวจส่วนประกอบทุกตัวในสูตรเทียบกับบัญชีทั้ง 20 ลำดับ เพราะสูตรผสมที่มีส่วนประกอบในบัญชีมากกว่าหนึ่งรายการต้องแสดงคำเตือนของทุกรายการที่เกี่ยวข้อง ถ้อยคำที่นำมาใช้ควรคัดจากประกาศฉบับภาษาไทยให้ตรงตามต้นฉบับ
อีกเรื่องที่ฉลากซอฟท์เจลต้องคิดคือข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5(6) กำหนดกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ 10 กลุ่ม เช่น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลา ถั่วเหลือง นม และกลุ่มหอยหรือหมึกที่เพิ่มเข้ามาใหม่ โดยกลุ่มปลามีข้อยกเว้นสำหรับเจลาตินจากปลาที่ใช้เป็นตัวพาวิตามินหรือแคโรทีนอยด์ ส่วนถั่วเหลืองมีข้อยกเว้นสำหรับน้ำมันถั่วเหลืองที่ผ่านการกลั่นบริสุทธิ์เต็มที่และโทโคฟีรอลธรรมชาติจากถั่วเหลือง หากเปลือกซอฟท์เจลของคุณใช้เจลาตินจากปลา หรือไส้ในมีส่วนประกอบจากถั่วเหลืองหรือนม ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ว่ากรณีของผลิตภัณฑ์นั้นต้องแสดงข้อมูลผู้แพ้อาหารอย่างไร เพราะการตีความข้อยกเว้นขึ้นกับหน้าที่ของวัตถุดิบในสูตรจริง
5. ปริมาณวิตามินและแร่ธาตุ กรอบร้อยละ 15 ของ Thai RDIs และเพดานตามประกาศ 448
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้วิตามินหรือแร่ธาตุ ต้องมีชนิดและปริมาณเป็นไปตามประกาศฉบับที่ 448 ซึ่งใช้แทนข้อ 5(5) ของประกาศฉบับที่ 293 หลักการมีสองด้าน ด้านแรกคือปริมาณต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของ Thai RDIs ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากโภชนาการ ด้านที่สองคือต้องไม่เกินค่าสูงสุดต่อวันตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับที่ 448 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2566 ปริมาณที่ใช้เทียบคือปริมาณที่ได้รับต่อวันตามวิธีรับประทานที่ระบุบนฉลาก ไม่ใช่ปริมาณต่อเม็ดเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างค่าสูงสุดต่อวันบางรายการในบัญชีแนบท้ายมีดังนี้
- วิตามินซี ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- วิตามินดี ไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อวัน
- วิตามินอี ไม่เกิน 10 มิลลิกรัม α-TE ต่อวัน และวิตามินเค ไม่เกิน 80 ไมโครกรัมต่อวัน
- สังกะสีและเหล็ก ไม่เกินอย่างละ 15 มิลลิกรัมต่อวัน
ตัวอย่างการใช้กรอบนี้ในงานจริง เช่น ถ้าฉลากแนะนำให้รับประทานวันละ 2 ซอฟท์เจล ปริมาณวิตามินในสูตรต้องคำนวณจากผลรวมของทั้ง 2 เม็ด แล้วนำไปเทียบกับค่าสูงสุดต่อวันและค่าขั้นต่ำร้อยละ 15 ของ Thai RDIs หากผลรวมเกินเพดาน ต้องลดปริมาณต่อเม็ดหรือปรับวิธีรับประทาน ส่วนรูปแบบของวิตามินและแร่ธาตุที่อนุญาตและตัวคูณสำหรับคำนวณอยู่ในคู่มือของ อย. ไม่ได้อยู่ในตัวประกาศ อย. ยังเผยแพร่ไฟล์คำนวณวิตามินและแร่ธาตุไว้ให้ผู้ประกอบการใช้ตรวจสอบเบื้องต้นด้วย
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามเกณฑ์เดิมก่อนประกาศฉบับที่ 448 มีผล ประกาศกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านให้จำหน่ายต่อได้ไม่เกิน 3 ปีนับจากวันบังคับใช้ ข้อมูลประชาสัมพันธ์ของกองอาหารระบุวันสุดท้ายไว้ที่ 1 กรกฎาคม 2570 ในระหว่างนี้ การแก้ไขรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวกับสูตร เช่น ชื่อ อายุการเก็บรักษา หรือที่อยู่ ยังใช้เกณฑ์เดิมได้จนถึงวันดังกล่าว แต่ถ้ามีการแก้สูตรเมื่อใด สูตรใหม่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของประกาศฉบับที่ 448 ทันที แบรนด์ที่มีสินค้าวิตามินหรือแร่ธาตุวางขายอยู่แล้วจึงควรทบทวนสูตรและฉลากล่วงหน้า ไม่ควรรอจนใกล้วันสุดท้าย
6. ข้อความที่ไม่ควรปรากฏบนฉลากอาหารเสริม
ข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องไม่ทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค ประกาศฉบับที่ 447 ข้อ 6 วางเงื่อนไขนี้ไว้สำหรับการกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลาก และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 27(4) ถือว่าอาหารที่ฉลากลวงให้เข้าใจผิดเรื่องคุณภาพ ปริมาณ หรือคุณประโยชน์เป็นอาหารปลอม ซึ่งมีโทษทางอาญา ประเภทข้อความที่ควรตัดออกจากฉลากและสื่อที่ใช้ร่วมกับฉลาก โดยอ้างอิงแนวทางในหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ข้อ 3 และข้อ 4 มีดังนี้
- ข้อความว่าบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
- ข้อความว่าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการทำงานของอวัยวะหรือระบบในร่างกาย
- ข้อความเกี่ยวกับการบำรุงกามหรือบำรุงเพศ
- ข้อความเกี่ยวกับการบำรุงผิวพรรณหรือเพื่อความสวยงาม
- ข้อความลดน้ำหนัก ลดความอ้วน กระชับสัดส่วน หรือดักจับไขมัน
- การอ้างงานวิจัยหรือสถิติที่ยังไม่ผ่านการประเมิน Health Claim จาก อย.
- การให้บุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุข หรือผู้ที่แสดงตนว่าเป็นบุคลากรดังกล่าว มาแนะนำ รับรอง หรือยกย่องผลิตภัณฑ์
- ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสารที่ไม่มีอยู่จริงในผลิตภัณฑ์ หรือข้อความเปรียบเทียบและทับถมผลิตภัณฑ์อื่น
หากต้องการสื่อสารเรื่องสุขภาพบนฉลาก ช่องทางที่กฎหมายเปิดไว้คือการกล่าวอ้างทางสุขภาพตามประกาศฉบับที่ 447 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การกล่าวอ้างหน้าที่ของสารอาหาร การกล่าวอ้างหน้าที่อื่น และการกล่าวอ้างการลดความเสี่ยงของการเกิดโรค ประกาศมีบัญชีข้อความสำเร็จรูปสำหรับสารอาหารและสารบางชนิด พร้อมเงื่อนไขปริมาณขั้นต่ำ เช่น ข้อความสำหรับ DHA และ EPA กำหนดให้มี DHA รวมกับ EPA ไม่น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค ข้อความที่อยู่นอกบัญชีต้องผ่านการประเมินจากหน่วยประเมินที่ อย. ยอมรับ แล้วยื่นให้ อย. อนุมัติก่อน ถ้อยคำภาษาไทยของข้อความสำเร็จรูปควรคัดจากประกาศฉบับภาษาไทยเท่านั้น
เมื่อใช้การกล่าวอ้างทางสุขภาพ ฉลากต้องแสดงข้อมูลประกอบตามข้อ 6 ของประกาศฉบับที่ 447 ด้วย ได้แก่ ปริมาณของสารที่กล่าวอ้าง ปริมาณและวิธีบริโภค กลุ่มเป้าหมาย ข้อควรระวัง และข้อความแนะนำให้กินอาหารหลากหลาย ส่วนการกล่าวอ้างหน้าที่อื่นและการกล่าวอ้างการลดความเสี่ยงของโรคต้องมีข้อความปฏิเสธผลการบำบัดรักษาตามที่ประกาศกำหนด และถ้าจะนำข้อความบนฉลากที่ได้รับอนุมัติไปใช้ในการโฆษณา หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ข้อ 6 กำหนดให้ต้องขออนุญาตโฆษณาก่อน
7. เช็กลิสต์ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก่อนส่งไฟล์เข้าโรงพิมพ์
รายการต่อไปนี้สรุปจากหัวข้อก่อนหน้า ใช้ไล่ตรวจแบบฉลากทีละบรรทัดก่อนอนุมัติไฟล์สำหรับพิมพ์ เหมาะกับการตรวจร่วมกันระหว่างเจ้าของแบรนด์ นักออกแบบ และโรงงานผู้ผลิต
- ชื่ออาหารมีคำว่า "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือกำกับชื่อ
- ข้อมูลบังคับทุกรายการแสดงเป็นภาษาไทย ภาษาอื่นเป็นส่วนเสริม
- เลขสารบบอาหาร 13 หลักตรงกับใบสำคัญของผลิตภัณฑ์นั้น และมีขนาดกับสีตามที่ อย. กำหนด
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตระบุบทบาทชัดเจน ถ้ามีชื่อผู้จัดจำหน่ายเพิ่ม ได้ตรวจสอบรูปแบบกับเจ้าหน้าที่แล้ว
- ปริมาณสุทธิแสดงเป็นจำนวนเม็ดหรือแคปซูลสำหรับซอฟท์เจล แคปซูล และยาอัดเม็ด
- ส่วนประกอบสำคัญและส่วนประกอบที่กล่าวอ้างแสดงชื่อและปริมาณ เรียงจากมากไปน้อย และตรงกับสูตรที่ยื่นขออนุญาต
- ร้อยละของส่วนประกอบหลัก วัตถุเจือปนอาหาร และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ครบตามประกาศ 450
- คำว่า "คำเตือน" ขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตร อยู่ในกรอบ และสีตัดกันทั้งตัวอักษรกับกรอบ และกรอบกับพื้นฉลาก
- มีข้อความ "เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ" อ่านได้ชัด
- มีข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค" ตัวหนาทึบในกรอบ
- ตรวจส่วนประกอบทุกตัวเทียบบัญชีแนบท้ายประกาศ 405 ลำดับ 2.1 ถึง 2.20 และใส่คำเตือนกับตัวเลขที่กำหนดครบ เช่น EPA DHA และกรดไขมันอิ่มตัวต่อแคปซูลสำหรับน้ำมันปลา
- ปริมาณวิตามินและแร่ธาตุต่อวันตามวิธีรับประทานไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของ Thai RDIs และไม่เกินค่าสูงสุดของประกาศ 448
- วิธีรับประทานบนฉลากตรงกับปริมาณต่อวันที่ใช้คำนวณ
- วันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อนมีตำแหน่งพิมพ์ชัดเจน และวิธีเก็บรักษาสอดคล้องกับข้อมูลความคงตัวของผลิตภัณฑ์
- ไม่มีข้อความรักษาหรือป้องกันโรค ข้อความเกี่ยวกับน้ำหนักตัว ความงาม หรือการเปลี่ยนการทำงานของร่างกาย
- ข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพ ถ้ามี ใช้ถ้อยคำตามบัญชีของประกาศ 447 หรือได้รับอนุมัติแล้ว พร้อมข้อมูลประกอบครบ
- ไม่มีภาพหรือชื่อบุคลากรทางการแพทย์รับรองผลิตภัณฑ์
- ข้อความทั้งหมดบนกล่องและบนขวดหรือแผงบลิสเตอร์สอดคล้องกัน
8. จุดพลาดบนฉลากอาหารเสริมที่ควรระวัง
จุดพลาดแรกคือการใช้ฉลากรุ่นเก่าเป็นต้นแบบโดยไม่ตรวจเทียบกับประกาศฉบับที่ 450 และฉบับที่ 411 ถ้อยคำคำเตือนบางบรรทัดเคยมีการแก้ไข หากคัดลอกข้อความจากฉลากที่พิมพ์ไว้หลายปีก่อน อาจได้ถ้อยคำที่ไม่ตรงกับฉบับปัจจุบัน รวมทั้งอาจขาดกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เช่น กลุ่มหอยหรือหมึก
จุดพลาดที่สองคือปริมาณบนฉลากไม่ตรงกับสูตรจริง เช่น สูตรมีการปรับปริมาณสารสกัดระหว่างพัฒนา แต่ไฟล์ฉลากยังใช้ตัวเลขชุดแรก หรือปริมาณที่แสดงเป็นต่อเม็ดขณะที่วิธีรับประทานเป็นวันละหลายเม็ด ทำให้คำนวณเทียบเพดานของประกาศ 448 ผิด เรื่องนี้แก้ได้ด้วยการให้ข้อมูลสูตรฉบับสุดท้ายจากโรงงานเป็นต้นทางของตัวเลขบนฉลากทุกครั้ง
จุดพลาดที่สามคือการตกแต่งกรอบคำเตือนจนผิดเงื่อนไข เช่น ใช้กรอบเส้นบางสีอ่อนบนพื้นสีใกล้เคียง ทำข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค" เป็นตัวอักษรบาง หรือซ่อนกล่องคำเตือนไว้ใต้รอยพับของกล่องจนอ่านไม่ได้เมื่อประกอบเป็นบรรจุภัณฑ์จริง การพิมพ์ปรู๊ฟและประกอบกล่องตัวอย่างก่อนสั่งพิมพ์จำนวนมากช่วยให้เห็นปัญหาเหล่านี้ได้เร็ว
จุดพลาดที่สี่คือข้อความการตลาดหลุดเข้าไปอยู่บนฉลาก เช่น คำบรรยายสรรพคุณที่ใช้ในโพสต์โซเชียลมีเดีย หรือคำเกี่ยวกับผิวพรรณและรูปร่าง ข้อความลักษณะนี้เสี่ยงทั้งในแง่ฉลากและการโฆษณา การแยกข้อความสื่อสารแบรนด์ออกจากข้อมูลบังคับ และตรวจทุกบรรทัดเทียบกับหัวข้อที่ 6 ของบทความนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงได้
จุดพลาดที่ห้าคือการลืมคำเตือนเฉพาะตามส่วนประกอบ โดยเฉพาะสูตรซอฟท์เจลแบบผสมที่มีทั้งน้ำมันปลา วิตามิน และสารสกัดสมุนไพรในเม็ดเดียว ซึ่งอาจต้องแสดงคำเตือนจากหลายลำดับในบัญชีแนบท้ายประกาศ 405 พร้อมกัน การทำตารางเทียบส่วนประกอบกับบัญชีแนบท้ายตั้งแต่ช่วงพัฒนาสูตรจะช่วยให้ทีมออกแบบรู้ขนาดพื้นที่ที่ต้องเผื่อไว้ล่วงหน้า
9. ACC และ TIBD ช่วยตรวจฉลากอาหารเสริมอย่างไร
ในงาน OEM ของ ACC Nutraceutical ข้อมูลบนฉลากเชื่อมโยงกับสูตร วัตถุดิบ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์โดยตรง ทีมงานจึงดูเรื่องฉลากไปพร้อมกับการวางแผนผลิต ตั้งแต่ช่วยตรวจรายการข้อมูลเบื้องต้น เตรียมเอกสารและรายละเอียดผลิตภัณฑ์สำหรับการจดทะเบียน อย. ไปจนถึงการจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ ภาพลักษณ์แบรนด์ ช่องทางขาย และข้อมูลที่จำเป็นบนฉลาก เป้าหมายคือให้ตัวเลขและข้อความบนฉลากตรงกับสูตรที่ผลิตจริง และลดการแก้ไขข้อมูลซ้ำระหว่างทาง
สำหรับสินค้าซอฟท์เจล ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของ ACC ทีมงานสามารถช่วยไล่รายการคำเตือนเฉพาะของวัตถุดิบกลุ่มน้ำมัน และประเด็นเปลือกซอฟท์เจลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลผู้แพ้อาหาร ส่วนสินค้าที่บรรจุแผงบลิสเตอร์ ทีมงานจะวางข้อมูลและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับแผนการผลิต เพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับข้อมูลบังคับและกรอบคำเตือน
ทั้งนี้ การอนุญาตผลิตภัณฑ์และการพิจารณาฉลากเป็นอำนาจของ อย. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ACC และ TIBD ไม่สามารถรับประกันผลการพิจารณาหรือระยะเวลาได้ สิ่งที่ทีมงานทำได้คือช่วยเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนและสอดคล้องกับประกาศที่ใช้อยู่ตามขอบเขตของแต่ละโครงการ การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดูแลงานขายของ ACC
10. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
1. ฉลากอาหารเสริมต้องมีภาษาไทยทุกกรณีหรือไม่?
ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5 กำหนดให้ข้อความบนฉลากอาหารในภาชนะบรรจุต้องเป็นภาษาไทย โดยจะมีภาษาต่างประเทศเพิ่มก็ได้ แบรนด์ที่ต้องการฉลากสองภาษาจึงทำได้ แต่ข้อมูลบังคับต้องมีภาษาไทยครบถ้วน และข้อความกล่าวอ้างทางสุขภาพตามประกาศฉบับที่ 447 ก็ต้องเป็นภาษาไทยเช่นกัน
2. คำเตือน 4 บรรทัดต้องใส่ในกรอบทั้งหมดหรือไม่?
ตามประกาศฉบับที่ 411 ส่วนที่กำหนดให้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมคือคำว่า "คำเตือน" ซึ่งต้องมีขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตร และข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกัน หรือรักษาโรค" ซึ่งต้องเป็นตัวหนาทึบ ส่วนอีกสองบรรทัดกำหนดให้ใช้ตัวอักษรที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้สีของตัวอักษร กรอบ และพื้นฉลากต้องตัดกันตามที่ประกาศกำหนด
3. ฉลากซอฟท์เจลน้ำมันปลาต้องแสดงตัวเลขอะไรบ้าง?
บัญชีแนบท้ายประกาศฉบับที่ 405 ลำดับ 2.4 กำหนดให้แสดงปริมาณน้ำมันปลา EPA DHA และกรดไขมันอิ่มตัว เป็นมิลลิกรัมต่อ 1 แคปซูล พร้อมข้อความคำเตือนเรื่องผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา และผู้ที่เลือดแข็งตัวช้าหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน นอกเหนือจากคำเตือน 4 บรรทัดที่ใช้กับทุกผลิตภัณฑ์
4. เปลือกซอฟท์เจลที่ทำจากเจลาตินปลาต้องระบุข้อมูลผู้แพ้อาหารหรือไม่?
ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5(6) กำหนดให้ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาเป็นกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ โดยยกเว้นเจลาตินจากปลาที่ใช้เป็นตัวพาวิตามินหรือแคโรทีนอยด์ หากเปลือกเจลาตินปลาไม่ได้อยู่ในกรณีข้อยกเว้นนี้ การแสดงข้อมูลผู้แพ้อาหารควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ อย. ก่อนสรุปแบบฉลาก
5. สูตรวิตามินที่ได้เลข อย. ตามเกณฑ์เดิม ต้องเปลี่ยนเมื่อไร?
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามเกณฑ์เดิมก่อนประกาศฉบับที่ 448 มีผล จำหน่ายได้ไม่เกิน 3 ปีนับจากวันบังคับใช้ ข้อมูลจากกองอาหารระบุวันสุดท้ายไว้ที่ 1 กรกฎาคม 2570 ถ้ามีการแก้สูตรก่อนวันนั้น สูตรใหม่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของประกาศฉบับที่ 448 ส่วนการแก้ไขที่ไม่เกี่ยวกับสูตร เช่น ชื่อ อายุการเก็บรักษา หรือที่อยู่ ใช้เกณฑ์เดิมได้จนถึงวันดังกล่าว
6. ใส่ข้อความว่าผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผิวสวยหรือช่วยลดน้ำหนักบนฉลากได้หรือไม่?
ข้อความเกี่ยวกับการบำรุงผิวพรรณหรือความสวยงาม และการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วน อยู่ในกลุ่มข้อความที่หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ข้อ 4 ระบุว่าอาจเข้าข่ายโฆษณาเท็จหรือเกินจริง และฉลากที่ลวงให้เข้าใจผิดเรื่องคุณประโยชน์อาจเข้าข่ายอาหารปลอมตามพระราชบัญญัติอาหาร จึงไม่ควรใช้ หากต้องการสื่อสารด้านสุขภาพ ควรใช้ข้อความที่อยู่ในบัญชีของประกาศฉบับที่ 447 หรือข้อความที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
7. ใส่ชื่อบริษัทเจ้าของแบรนด์บนฉลากสินค้า OEM ได้หรือไม่?
ประกาศฉบับที่ 450 ข้อ 5(3) กำหนดให้แสดงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้แบ่งบรรจุ โดยต้องสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจบทบาทได้ชัดเจน การแสดงชื่อเจ้าของแบรนด์เพิ่มเติม เช่น ในรูปแบบ "จัดจำหน่ายโดย" ไม่พบข้อห้ามในส่วนที่ตรวจ แต่ก็ไม่พบรูปแบบที่กำหนดไว้ชัดเจน จึงควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ก่อนพิมพ์
8. ACC ช่วยดูฉลากให้ได้ตั้งแต่ช่วงไหนของโครงการ?
ทีม ACC เริ่มดูข้อมูลฉลากได้ตั้งแต่ช่วงประเมินสูตรและรูปแบบผลิตภัณฑ์ เพราะส่วนประกอบในสูตรเป็นตัวกำหนดคำเตือนและตัวเลขที่ต้องแสดง จากนั้นจึงเชื่อมต่อกับการวางบรรจุภัณฑ์และการเตรียมข้อมูลสำหรับการจดทะเบียน อย. ตามขอบเขตของแต่ละโครงการ ผลการพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐ
เริ่มวางฉลากอาหารเสริมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นกับทีม ACC:
ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้องเริ่มจากสูตรที่ชัดเจน ข้อมูลส่วนประกอบที่ครบ และการเผื่อพื้นที่สำหรับข้อมูลบังคับตั้งแต่ตอนออกแบบบรรจุภัณฑ์ หากคุณกำลังวางแผนผลิตภัณฑ์ซอฟท์เจล แคปซูล หรือยาอัดเม็ดภายใต้แบรนด์ของตัวเอง หรือมีฉลากเดิมที่ต้องการทบทวนตามประกาศ 450 และประกาศ 448 ทีม ACC จากจังหวัดชุมพรพร้อมรับฟังโจทย์ และวางแผนงานตั้งแต่พัฒนาสูตร ผลิต บรรจุขวดหรือแผงบลิสเตอร์ จัดหาบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงเตรียมข้อมูลขึ้นทะเบียน อย. ตามขอบเขตของโครงการ
ติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่โทร 095-194-1709 หรือ LINE @tibdglobal การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited ส่งข้อมูลสูตรหรือแบบฉลากเบื้องต้นมาได้เลย แล้วเริ่มวางฉลากที่พร้อมสำหรับตลาดไปด้วยกัน
แหล่งอ้างอิง :
- พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25 และมาตรา 27
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ราชกิจจานุเบกษา 28 ธันวาคม 2548
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 309) พ.ศ. 2550 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 2) ราชกิจจานุเบกษา 3 ธันวาคม 2550
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 3) ราชกิจจานุเบกษา 7 พฤษภาคม 2562
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 411) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 4) ราชกิจจานุเบกษา 16 ตุลาคม 2562
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ (มีผล 2 กรกฎาคม 2567)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) พ.ศ. 2566 เรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก (มีผล 2 กรกฎาคม 2567)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 448) พ.ศ. 2566 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 5) ราชกิจจานุเบกษา 4 มกราคม 2567 (มีผล 2 กรกฎาคม 2567)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ราชกิจจานุเบกษา 18 กรกฎาคม 2567
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ราชกิจจานุเบกษา 30 มีนาคม 2564
- กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประชาสัมพันธ์การยื่นคำขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านระบบ e-Submission ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2567


