เมื่อเจ้าของแบรนด์ติดต่อโรงงานผลิตอาหารเสริมเพื่อสอบถามเรื่องซอฟท์เจล คำถามแรกมักไม่ใช่เรื่องสูตรหรือสีของเม็ด แต่เป็นคำถามสั้น ๆ สองข้อว่า ต้องสั่งขั้นต่ำเท่าไร และราคาประมาณเท่าไร จากข้อความที่ทีมงานได้รับทาง LINE และอีเมล ลูกค้าหลายรายต้องการคำตอบสองข้อนี้ก่อนตัดสินใจนัดคุยรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ หรือ MOQ (Minimum Order Quantity) เป็นตัวกำหนดงบประมาณก้อนแรก จำนวนสินค้าที่ต้องขายให้หมด และความเสี่ยงของการออกสินค้าใหม่
เมื่อเจ้าของแบรนด์ติดต่อโรงงานผลิตอาหารเสริมเพื่อสอบถามเรื่องซอฟท์เจล คำถามแรกมักไม่ใช่เรื่องสูตรหรือสีของเม็ด แต่เป็นคำถามสั้น ๆ สองข้อว่า ต้องสั่งขั้นต่ำเท่าไร และราคาประมาณเท่าไร จากข้อความที่ทีมงานได้รับทาง LINE และอีเมล ลูกค้าหลายรายต้องการคำตอบสองข้อนี้ก่อนตัดสินใจนัดคุยรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ หรือ MOQ (Minimum Order Quantity) เป็นตัวกำหนดงบประมาณก้อนแรก จำนวนสินค้าที่ต้องขายให้หมด และความเสี่ยงของการออกสินค้าใหม่
เมื่อเจ้าของแบรนด์ติดต่อโรงงานผลิตอาหารเสริมเพื่อสอบถามเรื่องซอฟท์เจล คำถามแรกมักไม่ใช่เรื่องสูตรหรือสีของเม็ด แต่เป็นคำถามสั้น ๆ สองข้อว่า ต้องสั่งขั้นต่ำเท่าไร และราคาประมาณเท่าไร จากข้อความที่ทีมงานได้รับทาง LINE และอีเมล ลูกค้าหลายรายต้องการคำตอบสองข้อนี้ก่อนตัดสินใจนัดคุยรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ หรือ MOQ (Minimum Order Quantity) เป็นตัวกำหนดงบประมาณก้อนแรก จำนวนสินค้าที่ต้องขายให้หมด และความเสี่ยงของการออกสินค้าใหม่
บทความนี้ตอบเรื่อง MOQ ของงานรับผลิตซอฟเจลที่ ACC Nutraceutical อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ตัวเลขเริ่มต้นและความหมายเมื่อแปลงเป็นขวดหรือแผง เหตุผลที่ต้องมีปริมาณขั้นต่ำ ปัจจัยด้านต้นทุน ข้อมูล 5 ข้อที่ควรส่งเพื่อขอใบเสนอราคา และลำดับงานจนถึงรับสินค้า
ซอฟท์เจล (ซอฟเจล) คืออะไร?
ซอฟท์เจล หรือที่หลายคนค้นหาด้วยคำว่า ซอฟเจล คือแคปซูลนิ่มชนิดชิ้นเดียวที่ขึ้นรูป บรรจุ และปิดผนึกในจังหวะเดียวกัน ต่างจากแคปซูลแข็งที่มีตัวกับฝาแยกกันและบรรจุหลังขึ้นรูป เปลือกส่วนใหญ่ทำจากเจลาตินผสมสารเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น กลีเซอรีนหรือซอร์บิทอล ส่วนไส้ในเป็นน้ำมัน สารที่ละลายในน้ำมัน หรือสารแขวนลอยที่มีผงกระจายตัวอยู่ในน้ำมัน โดยไส้ในต้องมีน้ำน้อยมาก เพราะน้ำจะเคลื่อนเข้าไปในเปลือกและทำให้เม็ดเสียรูป ซอฟท์เจลจึงเป็นรูปแบบที่แบรนด์เลือกใช้เมื่อวัตถุดิบหลักเป็นน้ำมัน เช่น น้ำมันปลา น้ำมันจากพืช หรือวิตามินกลุ่มที่ละลายในไขมัน
ในการผลิตระดับอุตสาหกรรม เปลือกจะถูกเตรียมเป็นมวลเจลแล้วรีดเป็นแผ่นบางสองแผ่น ป้อนเข้าเครื่องขึ้นรูปแบบลูกกลิ้งแม่พิมพ์ (Rotary Die) ซึ่งประกบแผ่นเปลือก ฉีดไส้ และตัดปิดผนึกเป็นเม็ดอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเม็ดต้องผ่านการทำแห้งภายใต้สภาวะที่ควบคุม ซึ่งเอกสารวิชาการด้านซอฟท์เจลระบุว่าอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน
MOQ ซอฟท์เจลของ ACC เริ่มต้นที่ 50,000 เม็ด:
สำหรับลูกค้าทั่วไป ปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำของงานซอฟท์เจลที่ ACC เริ่มต้นที่ 50,000 เม็ด ตัวเลขที่ใช้จริงของแต่ละสินค้าขึ้นกับชนิดน้ำมันหรือวัตถุดิบหลัก ขนาดเม็ด และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ และจะระบุไว้ในใบเสนอราคาของสินค้านั้น ตัวเลข 50,000 เม็ดจึงควรใช้เป็นจุดตั้งต้นในการวางแผน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกสูตร
ตัวเลขเป็นจำนวนเม็ดอาจนึกภาพได้ยาก ลองแปลงเป็นหน่วยขายตามขนาดบรรจุที่ลูกค้ามักสอบถาม ตัวเลขด้านล่างเป็นการหารตรงจาก 50,000 เม็ด ใช้สำหรับวางแผนคร่าว ๆ เท่านั้น
- ขวดละ 30 เม็ด ได้ 1,666 ขวด เหลือ 20 เม็ด
- ขวดละ 60 เม็ด ได้ 833 ขวด เหลือ 20 เม็ด
- ขวดละ 90 เม็ด ได้ 555 ขวด เหลือ 50 เม็ด
- แผงละ 10 เม็ด ได้ 5,000 แผง
- แผงละ 15 เม็ด ได้ 3,333 แผง เหลือ 5 เม็ด
- แผงละ 20 เม็ด ได้ 2,500 แผง
เมื่อเห็นเป็นจำนวนขวดหรือแผงแล้ว เจ้าของแบรนด์จะประเมินได้ชัดขึ้นว่าล็อตแรกต้องใช้เวลาขายนานเท่าไร ต้องมีพื้นที่เก็บสินค้าเท่าไร และควรเริ่มด้วยขนาดบรรจุแบบใด ตัวอย่างเช่น ถ้าช่องทางขายหลักเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ลูกค้าซื้อทีละขวด ขวดขนาดเล็กจะให้จำนวนหน่วยขายมากขึ้นจากเม็ดจำนวนเท่ากัน ควรนำระยะเวลาที่คาดว่าจะขายหมดไปเทียบกับอายุการเก็บรักษาที่จะระบุบนฉลากด้วย เพื่อไม่ให้สินค้าค้างสต็อกจนใกล้หมดอายุ
ทำไมงานซอฟท์เจลจึงต้องมีปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ
หลายคนค้นหาคำว่า รับผลิตอาหารเสริมไม่มีขั้นต่ำ หรือ รับผลิตอาหารเสริมขั้นต่ำ เพื่อหาโรงงานที่รับงานจำนวนน้อย สำหรับงานซอฟท์เจล ปริมาณขั้นต่ำไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อกีดกันแบรนด์ขนาดเล็ก แต่เกิดจากลักษณะของกระบวนการผลิตเอง ซึ่งมีต้นทุนหลายส่วนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เริ่มผลิต ไม่ว่าจะผลิตมากหรือน้อย ประเด็นหลักมีดังนี้
การเตรียมเปลือกเป็นชุด:
เปลือกซอฟท์เจลไม่ได้ซื้อมาเป็นแผ่นสำเร็จรูป แต่ต้องเตรียมมวลเจลจากเจลาติน สารเพิ่มความยืดหยุ่น น้ำ และสีตามสูตรของแต่ละสินค้าเป็นชุด เมื่อเปลี่ยนสีหรือสูตรเปลือกก็ต้องเตรียมชุดใหม่ มวลเจลที่เตรียมสำหรับสินค้าหนึ่งจึงใช้กับสินค้านั้นเป็นหลัก หากผลิตจำนวนน้อยเกินไป สัดส่วนของเปลือกที่ใช้ไม่หมดต่อจำนวนเม็ดที่ได้จะสูงขึ้น
การตั้งเครื่องและการล้างไลน์ผลิต:
ก่อนเริ่มผลิตแต่ละสินค้า ต้องติดตั้งแม่พิมพ์ตามขนาดและรูปทรงเม็ด ปรับการฉีดไส้ให้ได้น้ำหนักบรรจุตามสเปก และเดินเครื่องช่วงแรกเพื่อตรวจน้ำหนักและรอยปิดผนึกจนคงที่ เมื่อผลิตเสร็จต้องถอดล้างชิ้นส่วนที่สัมผัสเปลือกและไส้ก่อนเปลี่ยนไปผลิตสินค้าอื่น เวลาและวัสดุที่ใช้ในช่วงนี้แทบไม่เปลี่ยนตามจำนวนเม็ด ล็อตที่ใหญ่ขึ้นจึงช่วยเฉลี่ยต้นทุนส่วนนี้ให้ต่ำลงในแต่ละเม็ด
การทำแห้งในห้องที่ควบคุมสภาวะ:
หลังขึ้นรูป ซอฟท์เจลต้องวางทำแห้งในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ห้องและถาดทำแห้งเป็นทรัพยากรที่จัดสรรเป็นรอบ แต่ละรอบการผลิตจึงควรมีปริมาณที่สมเหตุสมผลกับการใช้พื้นที่และเวลาของห้องทำแห้ง
วัตถุดิบและการตรวจคุณภาพ:
วัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมันหรือสารสกัด มักจำหน่ายเป็นหน่วยบรรจุของผู้ขาย ส่วนการตรวจคุณภาพของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปมีค่าใช้จ่ายเป็นครั้ง ไม่ได้คิดตามจำนวนเม็ด เมื่อผลิตน้อย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต่อเม็ดจึงสูงขึ้น
ด้วยเหตุผลข้างต้น MOQ จึงเป็นจุดที่ทำให้ต้นทุนต่อเม็ดอยู่ในระดับที่แบรนด์นำไปตั้งราคาขายได้จริง
ปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนต่อเม็ด:
บทความนี้ไม่ระบุราคาต่อเม็ด เพราะราคาของแต่ละสินค้าขึ้นกับรายละเอียดหลายส่วน ตัวเลขที่ให้ล่วงหน้าโดยไม่มีสเปกจะทำให้การวางแผนคลาดเคลื่อน ปัจจัยหลักโดยทั่วไป ได้แก่
- ชนิด เกรด และแหล่งที่มาของน้ำมันหรือสารสำคัญหลัก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนไส้
- น้ำหนักบรรจุต่อเม็ด เมื่อไส้มากขึ้น ปริมาณวัตถุดิบและเปลือกต่อเม็ดก็มากขึ้นตาม
- ปริมาณสารสำคัญต่อเม็ด เช่น ต้องใช้สารสกัดความเข้มข้นสูง หรือต้องเติมสารช่วยแขวนลอยหรือไม่
- ชนิด สี และความทึบแสงของเปลือก
- บรรจุภัณฑ์ ทั้งการเลือกขวดหรือแผง วัสดุ จำนวนเม็ดต่อหน่วย ฉลาก และกล่อง
- ปริมาณต่อการสั่งผลิตแต่ละครั้ง และความถี่ของการสั่งผลิตตลอดปี
- การตรวจวิเคราะห์ที่ต้องทำ รวมถึงผลวิเคราะห์คุณภาพที่ต้องส่งเมื่อผลิตเพื่อจำหน่ายครั้งแรกหลังได้เลขสารบบอาหาร ตามคู่มือประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ข้อมูล 5 ข้อที่ช่วยให้ได้ใบเสนอราคาเร็ว:
ใบเสนอราคาที่ใช้ตัดสินใจได้จริงต้องมาจากสเปกที่ชัดเจน หากส่งข้อมูลมาเพียงว่า อยากทำซอฟท์เจลน้ำมันปลา ทีมงานจะต้องถามกลับอีกหลายรอบก่อนคำนวณได้ ข้อมูล 5 ข้อด้านล่างครอบคลุมสิ่งที่ใช้ประเมินต้นทุนเกือบทั้งหมด ข้อใดยังไม่แน่ใจ ให้ส่งเท่าที่มีพร้อมหมายเหตุไว้
1. น้ำมันหรือสารสำคัญหลัก
ระบุชื่อวัตถุดิบหลักให้ชัด เช่น ชนิดของน้ำมัน แหล่งที่มา หรือชื่อสารสกัด และแจ้งว่าต้องการให้โรงงานจัดหาวัตถุดิบ หรือจะจัดหาวัตถุดิบมาเอง หากมีข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ประเทศต้นทางของวัตถุดิบ เกรด หรือเอกสารคุณภาพที่ต้องการ ควรแจ้งตั้งแต่แรก เพราะมีผลต่อการคัดเลือกผู้จำหน่ายและราคา
2. น้ำหนักบรรจุต่อเม็ด (Fill Weight)
ระบุน้ำหนักไส้ต่อเม็ดเป็นมิลลิกรัม หากยังไม่ทราบ ให้แจ้งปริมาณวัตถุดิบที่ต้องการต่อวันและจำนวนเม็ดที่ผู้บริโภคจะรับประทานต่อวันแทน ทีมงานจะใช้ข้อมูลนี้ประเมินขนาดเม็ดที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ปริมาณเปลือก และจำนวนเม็ดที่บรรจุได้ต่อขวดหรือแผง
3. ปริมาณสารสำคัญต่อเม็ด
ระบุปริมาณสารที่ต้องการแสดงบนฉลากต่อหนึ่งเม็ด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องแสดงชื่อและปริมาณของส่วนประกอบสำคัญ และสำหรับน้ำมันปลาต้องแสดงปริมาณน้ำมันปลา EPA DHA และกรดไขมันอิ่มตัวต่อหนึ่งแคปซูล ถ้าสูตรมีวิตามินหรือแร่ธาตุ ปริมาณต้องไม่เกินค่าสูงสุดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 448) และไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของ Thai RDIs ข้อมูลข้อนี้จึงใช้ทั้งคำนวณต้นทุนและตรวจความเป็นไปได้ทางกฎหมาย
4. แผงหรือขวด และจำนวนเม็ดต่อหน่วย
ระบุว่าต้องการบรรจุขวดหรือแผงบลิสเตอร์ จำนวนเม็ดต่อขวดหรือต่อแผง และจำนวนแผงต่อกล่องถ้ามี ตัวเลขนี้จะไปปรากฏบนฉลากด้วย เพราะประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ดหรือแคปซูลแสดงปริมาณที่บรรจุเป็นจำนวน หากต้องการทั้งสองแบบ ให้แจ้งสัดส่วนคร่าว ๆ มาด้วย ทีมงานจะระบุความเป็นไปได้และเงื่อนไขไว้ในใบเสนอราคา
5. ปริมาณต่อการสั่งผลิตและแผนทั้งปี
ระบุจำนวนที่ต้องการสั่งผลิตในครั้งแรก และจำนวนที่คาดว่าจะสั่งตลอดปี แผนทั้งปีเป็นข้อที่เจ้าของแบรนด์มักไม่ได้แจ้ง แต่ช่วยให้ทีมงานวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบและรอบการผลิตได้ล่วงหน้า
ถ่ายรูปฉลากส่งทาง LINE แทนการพิมพ์:
ถ้าคุณมีสินค้าอ้างอิงที่อยากให้สเปกใกล้เคียง หรือมีร่างฉลากของตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพิมพ์รายละเอียดทีละข้อ ให้ถ่ายรูปฉลากด้านที่แสดงส่วนประกอบและปริมาณต่อเม็ด พร้อมด้านที่แสดงจำนวนเม็ดต่อขวดหรือต่อกล่อง แล้วส่งทาง LINE @tibdglobal เนื่องจากฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องแสดงชื่อและปริมาณของส่วนประกอบสำคัญและปริมาณที่บรรจุอยู่แล้ว รูปฉลากเพียงไม่กี่รูปจึงมักมีข้อมูลข้อ 1 ถึงข้อ 4 ครบ เหลือเพียงพิมพ์ข้อความสั้น ๆ บอกปริมาณที่ต้องการสั่งผลิตและแผนทั้งปี
ฉลากของสินค้าอ้างอิงใช้เป็นข้อมูลสเปกเบื้องต้นเท่านั้น สินค้าของแบรนด์คุณต้องมีสูตร ฉลาก และการขออนุญาตเป็นของตัวเอง และข้อความบนฉลากต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนตั้งแต่ส่งสเปกจนถึงรับสินค้า
การรับผลิตซอฟเจลกับ ACC เป็นลำดับงานหกช่วง ระยะเวลาของแต่ละช่วงขึ้นกับสูตร วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และความพร้อมของเอกสาร ทีมงานจะแจ้งรายละเอียดตามสินค้าของคุณ
1. ส่งสเปก
ส่งข้อมูล 5 ข้อผ่านแบบฟอร์มที่ accnutra.com/softgel หรือส่งรูปฉลากทาง LINE @tibdglobal ทีมงานจะตรวจข้อมูลและสอบถามเพิ่มเฉพาะส่วนที่ยังไม่ชัด
2. รับใบเสนอราคา
ใบเสนอราคาจะระบุปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำของสินค้านั้น ราคา และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดูแลงานขายของ ACC
3. ทำตัวอย่าง
เมื่อเห็นชอบกับใบเสนอราคา ทีมงานจะทำตัวอย่างให้ตรวจดูลักษณะของเม็ด เช่น ขนาด สี กลิ่น และลักษณะไส้ หากต้องการปรับรายละเอียด ควรแจ้งในช่วงนี้
4. ยืนยันสเปกและคำสั่งผลิต
ยืนยันสเปกสุดท้าย บรรจุภัณฑ์ งานฉลาก และปริมาณสั่งผลิต หากโครงการต้องการให้ช่วยเตรียมข้อมูลขึ้นทะเบียน อย. ACC มีบริการรับจดทะเบียน อย. ตามขอบเขตของโครงการ ส่วนผลการพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐ
5. ผลิต
เข้าสู่การเตรียมเปลือกและไส้ การขึ้นรูปซอฟท์เจล การทำแห้ง การตรวจคัด และการบรรจุขวดหรือแผงบลิสเตอร์ตามสเปกที่ยืนยันไว้
6. ส่งมอบ
ส่งมอบสินค้าตามขอบเขตที่ตกลงกัน พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับล็อตการผลิต จากนั้นเจ้าของแบรนด์สามารถวางแผนรอบการผลิตถัดไปตามแผนทั้งปีที่แจ้งไว้
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง MOQ และใบเสนอราคาซอฟท์เจล:
1. สั่งผลิตต่ำกว่า 50,000 เม็ดได้หรือไม่?
สำหรับลูกค้าทั่วไป MOQ ของงานซอฟท์เจลเริ่มต้นที่ 50,000 เม็ด และตัวเลขของแต่ละสินค้าจะระบุในใบเสนอราคา ส่วนนักวิจัยและนักศึกษาที่ทำโครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนชุมชน หรือช่วยยกระดับงานวิจัยของประเทศ บริษัทยินดีสนับสนุนและสามารถลดปริมาณขั้นต่ำให้ได้ โดยระบุชื่อโครงการและสถาบันในแบบฟอร์มหรือทาง LINE
2. ขอใบเสนอราคาก่อนนัดประชุมได้หรือไม่?
ได้ ส่งข้อมูล 5 ข้อผ่านแบบฟอร์มหรือ LINE ทีมงานจะประเมินจากข้อมูลที่ได้รับ หากภายหลังมีการเปลี่ยนสเปก เช่น เปลี่ยนวัตถุดิบ น้ำหนักบรรจุ หรือบรรจุภัณฑ์ ใบเสนอราคาจะปรับตามสเปกใหม่
3. นำวัตถุดิบหรือน้ำมันของตัวเองมาให้ผลิตได้หรือไม่?
ได้ ACC เปิดรับงานที่ลูกค้าจัดหาวัตถุดิบมาเอง โดยค่าบริการและขั้นต่ำการผลิตของงานแบบนี้จะคุยกันเป็นรายโครงการ แจ้งชนิดวัตถุดิบ ปริมาณ และเอกสารคุณภาพที่มีมาพร้อมข้อมูล 5 ข้อ ทีมงานจะประเมินความเหมาะสมกับรูปแบบซอฟท์เจลแล้วแจ้งเงื่อนไขในใบเสนอราคา
4. ราคาต่อเม็ดประมาณเท่าไร?
ราคาขึ้นกับปัจจัยที่อธิบายไว้ข้างต้น จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกสินค้า วิธีที่ได้ตัวเลขเร็วคือส่งข้อมูล 5 ข้อหรือรูปฉลากมาขอใบเสนอราคา
5. สั่งผลิตและชำระเงินผ่านบริษัทใด?
การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited สอบถามได้ที่โทร 095-194-1709 หรือ LINE @tibdglobal
ขอใบเสนอราคาซอฟท์เจลกับ ACC:
ACC Nutraceutical เป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมในจังหวัดชุมพรที่เริ่มต้นจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านซอฟท์เจล นอกจากซอฟท์เจลยังรับผลิตแคปซูลและยาอัดเม็ด (Tablet) พร้อมบริการบรรจุแผงบลิสเตอร์ หากคุณกำลังวางแผนสินค้าซอฟท์เจลและต้องการตัวเลขสำหรับตัดสินใจ ส่งข้อมูล 5 ข้อผ่านแบบฟอร์มที่ accnutra.com/softgel หรือถ่ายรูปฉลากส่งทาง LINE @tibdglobal ทีมงานจะประเมินและจัดทำใบเสนอราคาที่ระบุปริมาณขั้นต่ำของสินค้าของคุณ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร 095-194-1709
แหล่งอ้างอิง :
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 3) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 113 ง วันที่ 7 พฤษภาคม 2562
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 448) พ.ศ. 2566 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 5) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 3 ง วันที่ 4 มกราคม 2567
- คู่มือสำหรับประชาชน การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) ฉบับที่ 2 ปรับปรุงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- Chavarría-Rojas M, Acuña-Amador D, Madrigal-Redondo GL. Gelatin and non-gelatin soft gel capsules: A review. Journal of Excipients and Food Chemicals 2021;12(2):19–29


