คำค้นอย่าง "รับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก" "ทำแบรนด์ลดน้ำหนัก" หรือ "โรงงานผลิตยาลดความอ้วน" มีคนค้นหาอยู่ต่อเนื่อง แสดงว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่อยากเริ่มต้นแบรนด์ในกลุ่มสินค้าดูแลรูปร่าง แต่ก่อนจะติดต่อโรงงาน สิ่งที่ควรรู้เป็นอันดับแรกไม่ใช่สูตรหรือราคา หากเป็นกรอบกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะกลุ่มสินค้านี้เป็นหมวดที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงที่สุดหมวดหนึ่งในธุรกิจอาหารเสริม

คำตอบโดยสรุป

คำค้นอย่าง "รับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก" "ทำแบรนด์ลดน้ำหนัก" หรือ "โรงงานผลิตยาลดความอ้วน" มีคนค้นหาอยู่ต่อเนื่อง แสดงว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่อยากเริ่มต้นแบรนด์ในกลุ่มสินค้าดูแลรูปร่าง แต่ก่อนจะติดต่อโรงงาน สิ่งที่ควรรู้เป็นอันดับแรกไม่ใช่สูตรหรือราคา หากเป็นกรอบกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะกลุ่มสินค้านี้เป็นหมวดที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงที่สุดหมวดหนึ่งในธุรกิจอาหารเสริม

คำค้นอย่าง "รับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก" "ทำแบรนด์ลดน้ำหนัก" หรือ "โรงงานผลิตยาลดความอ้วน" มีคนค้นหาอยู่ต่อเนื่อง แสดงว่ามีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่อยากเริ่มต้นแบรนด์ในกลุ่มสินค้าดูแลรูปร่าง แต่ก่อนจะติดต่อโรงงาน สิ่งที่ควรรู้เป็นอันดับแรกไม่ใช่สูตรหรือราคา หากเป็นกรอบกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะกลุ่มสินค้านี้เป็นหมวดที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงที่สุดหมวดหนึ่งในธุรกิจอาหารเสริม

บทความนี้เขียนในรูปแบบคู่มือเตือนข้อกฎหมาย ไม่ใช่บทความขายสินค้าลดน้ำหนัก ACC Nutraceutical โรงงานผลิตอาหารเสริมในจังหวัดชุมพร ซึ่งผลิตในรูปแบบแคปซูล ซอฟท์เจล และยาอัดเม็ด (Tablet) ต้องการให้เจ้าของแบรนด์เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่สามารถกล่าวอ้างว่าช่วยลดน้ำหนักได้ การเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้คุณวางแผนแบรนด์ได้อย่างปลอดภัย ทั้งต่อผู้บริโภคและต่อธุรกิจของคุณเอง

หมายเหตุ เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการวางแผน ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย รายละเอียดของประกาศและหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุงได้ เจ้าของแบรนด์ควรตรวจสอบกับ อย. หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาหารก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

1. ทำไมกลุ่มสินค้าควบคุมน้ำหนักจึงดึงดูดเจ้าของแบรนด์

กลุ่มสินค้าดูแลรูปร่างเป็นหมวดที่ผู้บริโภคให้ความสนใจต่อเนื่อง เพราะเรื่องรูปร่างและน้ำหนักเป็นประเด็นที่คนจำนวนมากใส่ใจในชีวิตประจำวัน ผู้ประกอบการรายใหม่จึงมองว่าเป็นตลาดที่มีความต้องการอยู่แล้ว สื่อสารง่าย และขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวก โดยเฉพาะการขายผ่านโซเชียลมีเดียและการใช้ผู้รีวิวสินค้า

อีกเหตุผลหนึ่งคือผู้บริโภคมักตัดสินใจซื้อจากความคาดหวังต่อผลลัพธ์ ทำให้ข้อความโฆษณาในหมวดนี้มักถูกเขียนให้ดูชัดเจนและรวดเร็ว เช่น การบอกจำนวนกิโลกรัมที่ลดได้ภายในกี่วัน หรือการเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังใช้ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายแบรนด์ต้องเจอปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง

2. ทำไมหมวดนี้จึงมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงที่สุด

ความเสี่ยงของหมวดนี้มาจากสามเรื่องที่มักเกิดพร้อมกัน เรื่องแรกคือข้อความกล่าวอ้างเกินจริงหรือข้อความที่ อย. ไม่อนุญาต เรื่องที่สองคือการปลอมปนสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้ามลงในผลิตภัณฑ์ที่ขายในรูปแบบอาหาร และเรื่องที่สามคือการโฆษณาผ่านผู้รีวิวหรือผู้มีอิทธิพลทางความคิดโดยไม่ได้ขออนุญาตโฆษณาให้ถูกต้อง

ที่ผ่านมามีข่าวการตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าเป็นอาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก แต่มีการลักลอบใส่สารที่เป็นยาอยู่เป็นระยะ หน่วยงานรัฐจึงเฝ้าระวังหมวดนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจสอบโฆษณาออนไลน์ การสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาด และการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างถูกต้อง การรู้ว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

3. หลักสำคัญที่สุด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดอยู่ในกลุ่มอาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อรับประทานเสริมจากอาหารหลักตามปกติ ไม่ได้มีไว้เพื่อบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคหรืออาการใด ๆ ดังนั้นข้อความบนฉลากและในโฆษณาจึงต้องไม่สื่อว่าผลิตภัณฑ์มีฤทธิ์เหมือนยา ในทางปฏิบัติ ข้อความกลุ่มต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ อย. ไม่อนุญาตให้ใช้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หรือระบุจำนวนกิโลกรัมที่จะลดได้
  • เผาผลาญไขมัน ละลายไขมัน หรือสลายไขมันส่วนเกิน
  • ดักจับไขมัน บล็อกแป้ง บล็อกน้ำตาล หรือยับยั้งการดูดซึมไขมันและน้ำตาล
  • ดีท็อกซ์ ล้างสารพิษ หรือขับของเสียออกจากร่างกาย
  • รักษาโรคอ้วน หรือแก้ภาวะน้ำหนักเกิน
  • ลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนาน หรือกดความหิว ในลักษณะที่สื่อถึงผลต่อน้ำหนักตัว
  • ลดพุง ลดต้นขา กระชับสัดส่วน หรือเปลี่ยนรูปร่างภายในระยะเวลาที่กำหนด

ข้อความเหล่านี้ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะเมื่อเขียนตรงตัวเท่านั้น การใช้คำพ้อง คำสแลง อีโมจิ ภาพก่อนและหลัง หรือชื่อสินค้าที่สื่อความหมายเดียวกัน ก็อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการกล่าวอ้างในลักษณะเดียวกันได้ เจ้าของแบรนด์จึงควรพิจารณาจากความหมายที่ผู้บริโภครับรู้ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำบนกระดาษ

4. ความแตกต่างระหว่างยาและอาหาร ที่เจ้าของแบรนด์ต้องแยกให้ออก

ยาคือผลิตภัณฑ์ที่มุ่งใช้เพื่อวินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยยา ต้องผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลในระดับที่เข้มงวด และบางชนิดต้องจ่ายภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร ส่วนอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาหารและประกาศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ต่างจากยาโดยสิ้นเชิง

ปัญหาที่พบบ่อยในหมวดควบคุมน้ำหนักคือ การนำสารที่เป็นยามาผสมในผลิตภัณฑ์ที่ขายในรูปแบบอาหาร ตัวอย่างที่มีการรายงานในข่าวหลายครั้งคือไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นสารที่ถูกยกเลิกการใช้เป็นยาในประเทศไทยแล้ว แต่ยังถูกตรวจพบในผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่แอบอ้างว่าเป็นอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และเจ้าของแบรนด์อาจต้องรับผิดทางอาญา

บทความนี้กล่าวถึงชื่อสารดังกล่าวเพื่อเป็นคำเตือนเท่านั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้องต้องไม่มีสารที่เป็นยา สารต้องห้าม หรือสารที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารเจือปนอยู่ในทุกกรณี หากมีผู้ใดเสนอว่าสามารถ "ทำสูตรให้เห็นผลเร็ว" โดยไม่อธิบายส่วนประกอบอย่างโปร่งใส ควรถือเป็นสัญญาณอันตรายและยุติการเจรจาทันที

5. โรงงานผลิตอาหารเสริมต้องไม่ใส่สารที่เป็นยาในทุกกรณี

คำค้นอย่าง "โรงงานผลิตยาลดความอ้วน" หรือ "รับผลิตยาลดน้ำหนัก" สะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของผู้ประกอบการบางส่วน โรงงานผลิตอาหารเสริมไม่ใช่โรงงานผลิตยา และไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีสารที่เป็นยาได้ การผลิตยาต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นระบบคนละส่วนกับการผลิตอาหาร

ACC Nutraceutical ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่รับผลิตยา และไม่รับเติมสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้ามลงในสูตรไม่ว่าจะในปริมาณเท่าใด หากเจ้าของแบรนด์ต้องการสินค้าที่ให้ผลทางยา สินค้านั้นต้องเข้าสู่ระบบทะเบียนยาและผลิตโดยผู้ได้รับอนุญาตผลิตยา ไม่ใช่การนำไปใส่ในแคปซูลอาหารเสริม

6. สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ทำได้ในกลุ่มสินค้าดูแลรูปร่าง

แม้จะกล่าวอ้างเรื่องน้ำหนักไม่ได้ แต่เจ้าของแบรนด์ยังสามารถวางตำแหน่งสินค้าให้สอดคล้องกับกฎหมายได้ แนวทางที่ปลอดภัยคือการสื่อสารในฐานะผลิตภัณฑ์ที่รับประทานเสริมจากอาหารหลัก ควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารให้ครบหมู่และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ระบุว่าผลิตภัณฑ์เป็นตัวทำให้น้ำหนักลดลง

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับใยอาหาร (ไฟเบอร์) หรือผลิตภัณฑ์ลักษณะทดแทนมื้ออาหาร แต่ละประเภทอาจเข้าข่ายหมวดอาหารที่มีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน ทั้งเรื่องส่วนประกอบ ปริมาณสารอาหาร ข้อความที่แสดงได้ และเอกสารที่ต้องใช้ เจ้าของแบรนด์ต้องตรวจสอบประเภทอาหารและเกณฑ์ของ อย. ให้ถูกต้องก่อนกำหนดสูตรและออกแบบฉลาก ไม่ควรสรุปเองจากตัวอย่างสินค้าที่วางขายในตลาด เพราะสินค้าที่เห็นอยู่อาจไม่ได้ผ่านการอนุญาตอย่างถูกต้องทั้งหมด

ข้อความเกี่ยวกับสารอาหารหรือหน้าที่ของสารอาหาร หากจะใช้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด และต้องมีหลักฐานรองรับ เจ้าของแบรนด์ไม่ควรคัดลอกข้อความจากงานวิจัยต่างประเทศหรือเว็บไซต์ผู้ขายวัตถุดิบมาใช้โดยตรง เพราะข้อความที่ใช้ได้ในต่างประเทศอาจใช้ไม่ได้ในประเทศไทย

อีกแนวทางหนึ่งคือการสร้างความแตกต่างด้วยเรื่องที่ตรวจสอบได้จริง เช่น แหล่งที่มาของวัตถุดิบ รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่รับประทานสะดวก บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้งาน และความโปร่งใสของข้อมูลบนฉลาก ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งข้อความกล่าวอ้างที่เสี่ยงต่อกฎหมาย

สำหรับคำค้นที่เกี่ยวกับกาแฟ ชา หรือโกโก้สำหรับดูแลรูปร่าง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารประเภทอื่นซึ่งมีหลักเกณฑ์ของตัวเอง และอยู่นอกรูปแบบแคปซูล ซอฟท์เจล และยาอัดเม็ดที่ ACC ระบุไว้บนเว็บไซต์ หากสนใจสินค้าลักษณะนี้ ควรสอบถามทีมงานเป็นรายโครงการ และหลักห้ามกล่าวอ้างเรื่องลดน้ำหนักยังใช้เช่นเดียวกัน

7. ฉลากและการขออนุญาตโฆษณา เรื่องที่มักถูกมองข้าม

ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องแสดงข้อมูลตามที่ อย. กำหนด เช่น ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ส่วนประกอบ ปริมาณสุทธิ ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย วันผลิตหรือวันหมดอายุ และข้อความคำเตือนที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดที่ต้องแสดงอาจแตกต่างตามประเภทสินค้า เจ้าของแบรนด์จึงควรให้ผู้มีความรู้ตรวจแบบฉลากก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์จริง

ในส่วนของการโฆษณา การโฆษณาคุณภาพหรือคุณประโยชน์ของอาหารต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ป้าย หรือสื่อออนไลน์ การได้รับเลขสารบบอาหารสำหรับตัวสินค้าไม่ได้หมายความว่าข้อความโฆษณาได้รับอนุญาตไปด้วย ทั้งสองเรื่องเป็นคนละขั้นตอนกัน

หลายแบรนด์เข้าใจผิดว่าโพสต์บนเพจของตัวเอง ไลฟ์ขายของ หรือข้อความในหน้าร้านออนไลน์ไม่ใช่โฆษณา ในความเป็นจริง ข้อความที่มุ่งให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด อาจถือเป็นการโฆษณาได้ทั้งสิ้น ข้อความที่ใช้บนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มขายสินค้า และโซเชียลมีเดียจึงต้องสอดคล้องกับข้อความที่ได้รับอนุญาต

8. รีวิวจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดก็นับเป็นโฆษณา

การจ้างหรือส่งสินค้าให้ผู้รีวิว อินฟลูเอนเซอร์ ดารา หรือผู้ใช้งานจริงพูดถึงสินค้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาของแบรนด์ หากผู้รีวิวพูดว่าใช้แล้วน้ำหนักลด ลดพุง หรือแสดงภาพก่อนและหลัง ข้อความนั้นอาจเป็นการโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และความรับผิดอาจไม่ได้ตกอยู่กับผู้รีวิวเพียงฝ่ายเดียว เจ้าของแบรนด์ในฐานะผู้ว่าจ้างหรือผู้ได้ประโยชน์ก็อาจต้องรับผิดด้วย

แนวทางที่ควรทำคือจัดทำแนวทางการรีวิวเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุคำที่ห้ามใช้ ห้ามแสดงภาพเปรียบเทียบรูปร่าง และให้ผู้รีวิวส่งเนื้อหาให้แบรนด์ตรวจก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง นอกจากนี้ควรเก็บหลักฐานการตรวจทานไว้ เพื่อแสดงว่าแบรนด์มีความตั้งใจควบคุมการสื่อสารให้ถูกต้อง

ข้อความรีวิวในรูปแบบ "ประสบการณ์ส่วนตัว" ก็ยังต้องระวัง เพราะหากนำไปใช้เพื่อส่งเสริมการขาย ผู้บริโภคจะรับรู้เป็นคำกล่าวอ้างของสินค้า เช่นเดียวกับการแชร์ภาพหน้าจอแชตลูกค้าที่บอกผลลัพธ์ด้านน้ำหนัก ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในการขายออนไลน์

9. ผลที่อาจตามมาหากฝ่าฝืน

การฝ่าฝืนกฎหมายอาหารและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจนำไปสู่ผลกระทบหลายระดับ ตั้งแต่ถูกสั่งให้แก้ไขหรือระงับโฆษณา ถูกเรียกเก็บสินค้าคืนจากตลาด ถูกเพิกถอนเลขสารบบอาหาร ไปจนถึงโทษปรับและความรับผิดทางอาญา ในกรณีที่ตรวจพบสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้ามในผลิตภัณฑ์ ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดตามกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน

นอกจากผลทางกฎหมาย ธุรกิจยังอาจได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียง เช่น ถูกประกาศรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อสาธารณะ ถูกแพลตฟอร์มออนไลน์ปิดร้านหรือระงับบัญชีโฆษณา และสูญเสียความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้า ความเสียหายเหล่านี้มักมีมูลค่ามากกว่ายอดขายที่ได้จากข้อความโฆษณาที่เกินจริง

อัตราโทษและรายละเอียดของบทลงโทษขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข เจ้าของแบรนด์ควรตรวจสอบกับ อย. หรือที่ปรึกษากฎหมายโดยตรงหากต้องการทราบรายละเอียด

10. ACC พิจารณาโครงการกลุ่มควบคุมน้ำหนักอย่างไร

เมื่อได้รับโจทย์เกี่ยวกับสินค้าดูแลรูปร่าง ทีมงาน ACC จะเริ่มจากการทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้า รูปแบบการรับประทาน และช่องทางขายของแบรนด์ เช่นเดียวกับโครงการอื่น จากนั้นจะพิจารณาสูตรและข้อความที่เจ้าของแบรนด์ต้องการใช้ควบคู่กัน เพื่อให้แผนผลิตและแผนการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน

  • ตรวจรายการวัตถุดิบในสูตร ว่าเป็นวัตถุดิบที่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และไม่มีสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้าม
  • ทบทวนชื่อสินค้า ข้อความบนฉลาก และแนวคิดการตลาดที่เจ้าของแบรนด์วางไว้ ว่ามีข้อความที่เสี่ยงต่อการกล่าวอ้างเกินจริงหรือไม่
  • แนะนำให้ปรับชื่อหรือข้อความที่สื่อถึงการลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน หรือดีท็อกซ์ ก่อนเข้าสู่การผลิต
  • เลือกรูปแบบแคปซูล ซอฟท์เจล หรือยาอัดเม็ด ให้เหมาะกับวัตถุดิบและการใช้งานจริง
  • ประสานการเตรียมข้อมูลสำหรับการจดทะเบียน อย. และการวางแผนบรรจุภัณฑ์ ตามขอบเขตของโครงการ

ACC อาจปฏิเสธการผลิตหรือการใช้ข้อความบางอย่าง หากข้อความนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ อย. รวมถึงจะไม่รับโครงการที่มีการขอให้เติมสารที่เป็นยา การตัดสินใจเช่นนี้ไม่ได้มีเจตนาจำกัดโอกาสทางธุรกิจของเจ้าของแบรนด์ แต่เพื่อปกป้องผู้บริโภค ปกป้องแบรนด์ของลูกค้า และรักษามาตรฐานการทำงานของโรงงาน

ทั้งนี้ การทบทวนข้อความโดยโรงงานเป็นเพียงการตรวจเบื้องต้น ไม่ได้แทนการพิจารณาอนุญาตของ อย. เจ้าของแบรนด์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อข้อความโฆษณาและการสื่อสารของแบรนด์ตนเอง

11. เช็กลิสต์ก่อนเปิดตัวสินค้า

ก่อนเปิดขายสินค้าในกลุ่มดูแลรูปร่าง เจ้าของแบรนด์ควรตรวจรายการต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะต้องแก้ไขหรือเรียกเก็บสินค้าในภายหลัง

  • ยืนยันประเภทอาหารของสินค้าให้ชัดเจน ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือเป็นอาหารประเภทอื่นที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะ
  • ตรวจว่าวัตถุดิบทุกตัวในสูตรใช้ได้ในอาหาร และมีเอกสารประกอบจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
  • ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าสูตรไม่มีสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้าม
  • ได้รับเลขสารบบอาหารก่อนวางจำหน่าย และตรวจว่าข้อมูลบนฉลากตรงกับที่ยื่นไว้
  • ตรวจชื่อสินค้าและชื่อแบรนด์ ว่าไม่สื่อถึงการลดน้ำหนักหรือผลทางยา
  • ตรวจข้อความบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด รวมถึงภาพประกอบและสัญลักษณ์
  • ขออนุญาตโฆษณาสำหรับข้อความที่ต้องได้รับอนุญาต ก่อนเผยแพร่ในทุกช่องทาง
  • จัดทำแนวทางการรีวิวสำหรับอินฟลูเอนเซอร์และตัวแทนจำหน่าย พร้อมกำหนดให้ส่งเนื้อหาตรวจก่อนโพสต์
  • อบรมทีมแอดมินและตัวแทนขายเรื่องคำที่ห้ามใช้เมื่อตอบคำถามลูกค้า
  • เตรียมช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแผนรับมือหากต้องเรียกเก็บสินค้า

12. คำถามที่พบบ่อย

ถาม: โรงงานรับผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนักได้หรือไม่?

ตอบ: โรงงานผลิตอาหารเสริมผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ แต่ผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถกล่าวอ้างว่าช่วยลดน้ำหนัก ACC จะพิจารณาสูตรและข้อความร่วมกับเจ้าของแบรนด์ เพื่อวางตำแหน่งสินค้าให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ อย.

ถาม: ตั้งชื่อสินค้าให้สื่อถึงรูปร่างได้หรือไม่?

ตอบ: ชื่อสินค้าถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อความบนฉลาก หากชื่อสื่อว่าช่วยให้ผอม ลดพุง หรือเผาผลาญไขมัน อาจไม่ผ่านการพิจารณา ควรตรวจสอบชื่อกับหลักเกณฑ์ของ อย. ก่อนออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์

ถาม: ถ้าได้เลข อย. แล้ว สามารถโฆษณาได้เลยหรือไม่?

ตอบ: ไม่ใช่ เลขสารบบอาหารเป็นการอนุญาตในส่วนของตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนการโฆษณาที่กล่าวถึงคุณภาพหรือคุณค่าของอาหารต้องขออนุญาตแยกต่างหาก และต้องใช้เฉพาะข้อความที่ได้รับอนุญาตในทุกช่องทางที่เผยแพร่

ถาม: ให้อินฟลูเอนเซอร์รีวิวเองโดยแบรนด์ไม่ได้เขียนข้อความ จะผิดหรือไม่?

ตอบ: รีวิวที่แบรนด์จ้างหรือสนับสนุนถือเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณา หากมีข้อความกล่าวอ้างเกินจริง เจ้าของแบรนด์อาจต้องร่วมรับผิดด้วย จึงควรตรวจเนื้อหาก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง

ถาม: ใช้คำว่าดีท็อกซ์บนสินค้าได้หรือไม่?

ตอบ: คำว่าดีท็อกซ์หรือล้างสารพิษสื่อถึงผลต่อการทำงานของร่างกายในลักษณะที่ อย. ไม่อนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงไม่ควรใช้ทั้งบนฉลาก ชื่อสินค้า และในโฆษณา

ถาม: สินค้าไฟเบอร์หรือทดแทนมื้ออาหารใช้หลักเกณฑ์เดียวกับอาหารเสริมหรือไม่?

ตอบ: ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน สินค้าแต่ละลักษณะอาจเข้าข่ายประเภทอาหารที่มีหลักเกณฑ์ต่างกัน เจ้าของแบรนด์ต้องตรวจสอบประเภทอาหารและเกณฑ์ของ อย. ให้ถูกต้องก่อนกำหนดสูตร

ถาม: ACC ผลิตยาลดความอ้วนหรือรับเติมสารที่ออกฤทธิ์แรงได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ ACC ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น ไม่รับผลิตยา และไม่รับเติมสารที่เป็นยาหรือสารต้องห้ามลงในสูตรไม่ว่ากรณีใด

ถาม: การสั่งผลิตและชำระเงินทำกับบริษัทใด?

ตอบ: การสั่งผลิตและการชำระเงินดำเนินการผ่านบริษัท ทีไอบีดี จำกัด (TIBD Company Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกับ ACC และดูแลงานขาย

13. เริ่มต้นแบรนด์อย่างถูกต้องกับ ACC Nutraceutical

การทำแบรนด์อาหารเสริมในกลุ่มดูแลรูปร่างเป็นไปได้ หากเริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้องว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่สามารถกล่าวอ้างเรื่องการลดน้ำหนักได้ แบรนด์ที่วางรากฐานด้วยสูตรที่ปลอดภัย ฉลากที่ถูกต้อง และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา จะมีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาวมากกว่าแบรนด์ที่อาศัยข้อความเกินจริง

หากคุณกำลังวางแผนสินค้าในกลุ่มนี้และต้องการให้ทีมงานช่วยทบทวนแนวคิด สูตร และข้อความเบื้องต้นก่อนเข้าสู่การผลิต ติดต่อได้ทางโทรศัพท์ 095-194-1709 หรือ LINE @tibdglobal โดยการสั่งผลิตและการชำระเงินดำเนินการผ่านบริษัท ทีไอบีดี จำกัด (TIBD Company Limited)

ภาพประกอบเนื้อหา อยากทำแบรนด์อาหารเสริมกลุ่มควบคุมน้ำหนัก ต้องรู้อะไรก่อนเรื่องกฎหมาย อย.
ภาพประกอบเพื่อช่วยอธิบายบริบทของเนื้อหาเรื่อง อยากทำแบรนด์อาหารเสริมกลุ่มควบคุมน้ำหนัก ต้องรู้อะไรก่อนเรื่องกฎหมาย อย.