อีฟนิ่งพริมโรสเป็นคำที่ผู้บริโภคไทยค้นหาจำนวนมาก ทั้งในชื่อน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และในรูปคำถามว่ามีประโยชน์หรือสรรพคุณอย่างไร ขณะเดียวกันสินค้ากลุ่มโอเมก้า 3-6-9 ก็มีคนค้นหาต่อเนื่อง สำหรับเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม ทั้งสองสินค้าใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก จึงเหมาะกับรูปแบบซอฟท์เจล แต่ก็มีประเด็นเฉพาะที่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น ทั้งสเปกกรดไขมัน การป้องกันการหืน และข้อความบังคับบนฉลากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เฉพาะสำหรับน้ำมันกลุ่มนี้
อีฟนิ่งพริมโรสเป็นคำที่ผู้บริโภคไทยค้นหาจำนวนมาก ทั้งในชื่อน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และในรูปคำถามว่ามีประโยชน์หรือสรรพคุณอย่างไร ขณะเดียวกันสินค้ากลุ่มโอเมก้า 3-6-9 ก็มีคนค้นหาต่อเนื่อง สำหรับเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม ทั้งสองสินค้าใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก จึงเหมาะกับรูปแบบซอฟท์เจล แต่ก็มีประเด็นเฉพาะที่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น ทั้งสเปกกรดไขมัน การป้องกันการหืน และข้อความบังคับบนฉลากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เฉพาะสำหรับน้ำมันกลุ่มนี้
อีฟนิ่งพริมโรสเป็นคำที่ผู้บริโภคไทยค้นหาจำนวนมาก ทั้งในชื่อน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และในรูปคำถามว่ามีประโยชน์หรือสรรพคุณอย่างไร ขณะเดียวกันสินค้ากลุ่มโอเมก้า 3-6-9 ก็มีคนค้นหาต่อเนื่อง สำหรับเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม ทั้งสองสินค้าใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก จึงเหมาะกับรูปแบบซอฟท์เจล แต่ก็มีประเด็นเฉพาะที่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น ทั้งสเปกกรดไขมัน การป้องกันการหืน และข้อความบังคับบนฉลากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เฉพาะสำหรับน้ำมันกลุ่มนี้
บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายที่วางแผนซอฟท์เจลน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส หรือซอฟท์เจลแบบผสมน้ำมันปลา น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ซึ่งเป็นสูตรโอเมก้า 3-6-9 ที่ลูกค้าต่างประเทศรายหนึ่งของเราขอให้ประเมินจริง เนื้อหาครอบคลุมตัวน้ำมัน สเปกที่ควรกำหนด การตัดสินใจเรื่องสัดส่วน การควบคุมออกซิเดชัน กรอบข้อความบนฉลาก และข้อมูลที่ควรส่งเพื่อขอใบเสนอราคา
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสคืออะไร?
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดของพืชในสกุล Oenothera กรดไขมันหลักในน้ำมันชนิดนี้คือกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 และมีกรดแกมมา-ไลโนเลนิก (Gamma-Linolenic Acid หรือ GLA) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 6 อีกชนิดหนึ่งที่พบในน้ำมันพืชไม่กี่ชนิด เหตุผลที่น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นวัตถุดิบที่ตลาดให้ความสนใจจึงอยู่ที่ปริมาณ GLA ในน้ำมัน
ในการซื้อขายวัตถุดิบ ปริมาณ GLA มักกำหนดเป็นร้อยละของน้ำมัน ตัวอย่างในตลาดคือสเปก GLA ประมาณร้อยละ 9 ถึง 10 ซึ่งลูกค้าบางรายระบุมาในคำขอผลิตโดยตรง ค่าจริงของแต่ละล็อตขึ้นกับแหล่งปลูก สายพันธุ์ และกรรมวิธีสกัด จึงต้องดูจากใบรับรองผลการวิเคราะห์ (COA) ของล็อตที่ใช้ผลิต
ประโยชน์ของอีฟนิ่งพริมโรสในมุมเจ้าของแบรนด์ คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้:
คำค้นอย่างอีฟนิ่งพริมโรสประโยชน์ หรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสสรรพคุณ สะท้อนว่าผู้บริโภคอยากรู้ว่าสินค้าตัวนี้ทำอะไร แต่สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คำตอบที่แบรนด์ใช้บนฉลากและสื่อได้อย่างปลอดภัยคือข้อมูลของตัวสินค้า เช่น เป็นน้ำมันจากเมล็ดพืชชนิดใด มีกรดไขมันอะไรเป็นองค์ประกอบ ปริมาณ GLA และกรดไลโนเลอิกต่อเม็ดเท่าใด สกัดด้วยวิธีใด และบรรจุในเปลือกชนิดใด
หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ระบุว่าข้อความเกี่ยวกับการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการทำงานของอวัยวะหรือระบบในร่างกาย และการบำรุงผิวพรรณหรือความสวยงาม อาจเข้าข่ายการโฆษณาเท็จหรือเกินจริง ทั้งยังห้ามอ้างงานวิจัยหรือสถิติที่ยังไม่ผ่านการประเมินการกล่าวอ้างทางสุขภาพจาก อย. สินค้ากลุ่มน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในตลาดมักถูกสื่อสารด้วยคำในกลุ่มนี้ แบรนด์ใหม่จึงควรวางแนวทางการสื่อสารให้อยู่ในกรอบตั้งแต่เริ่ม
โอเมก้า 3-6-9 คืออะไร? ในมุมของสูตรซอฟท์เจล
โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 เป็นชื่อเรียกกลุ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวตามตำแหน่งของพันธะคู่ในโมเลกุล สินค้าที่ใช้ชื่อโอเมก้า 3-6-9 จึงมักเป็นซอฟท์เจลที่ผสมน้ำมันหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ในเม็ดเดียวมีกรดไขมันทั้งสามกลุ่ม สูตรที่ลูกค้าขอให้เราประเมินประกอบด้วยน้ำมันสามชนิด ดังนี้
- น้ำมันปลา เป็นแหล่งของ EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3
- น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นแหล่งของกรดแอลฟา-ไลโนเลนิก (ALA) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 จากพืช
- น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส เป็นแหล่งของกรดไลโนเลอิกและ GLA ซึ่งเป็นกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6
กรดไขมันโอเมก้า 9 ที่พบบ่อยคือกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันพืชและน้ำมันปลาหลายชนิดอยู่แล้วในสัดส่วนต่างกัน บางสูตรในตลาดจึงไม่ได้เติมน้ำมันแยกเพื่อให้ได้โอเมก้า 9 แต่บางสูตรเลือกเพิ่มน้ำมันพืชที่มีกรดโอเลอิกสูงเข้าไป ถ้าแบรนด์ต้องการแสดงปริมาณโอเมก้า 9 บนฉลาก ตัวเลขต้องมาจากผลวิเคราะห์โปรไฟล์กรดไขมันของสูตรจริง ไม่ใช่การประมาณจากชื่อน้ำมัน
สัดส่วนการผสมน้ำมัน เป็นการตัดสินใจของแบรนด์:
ไม่มีสัดส่วนมาตรฐานเดียวสำหรับสินค้าโอเมก้า 3-6-9 สัดส่วนของน้ำมันแต่ละชนิดในเม็ดเป็นการตัดสินใจของเจ้าของแบรนด์ ซึ่งมักพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน
- ตัวเลขที่แบรนด์ต้องการแสดงบนฉลาก เช่น ปริมาณ EPA DHA หรือ GLA ต่อเม็ด
- น้ำหนักบรรจุรวมต่อเม็ด และขนาดเม็ดที่ผู้บริโภคยอมรับได้
- ต้นทุนของน้ำมันแต่ละชนิด ซึ่งแตกต่างกันตามชนิดและเกรด
- กลิ่นและรสของสูตร โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำมันปลาเป็นส่วนผสม
- ตลาดเป้าหมาย เช่น สูตรสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคผลิตภัณฑ์จากปลา อาจตัดน้ำมันปลาออก
- ข้อความบังคับบนฉลากที่เพิ่มขึ้นตามชนิดน้ำมันที่ใส่
เมื่อแบรนด์กำหนดตัวเลขเป้าหมายแล้ว ทีมพัฒนาจะคำนวณสัดส่วนจากสเปกจริงของวัตถุดิบแต่ละล็อต เช่น ปริมาณ EPA และ DHA ในน้ำมันปลาที่ใช้ หรือร้อยละของ GLA ในน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส สัดส่วนที่ได้อาจต้องปรับเมื่อเปลี่ยนผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ความเป็นไปได้ของสูตรและน้ำหนักเม็ดที่ต้องการจะยืนยันในใบเสนอราคา
สเปกกรดไขมันและคุณภาพน้ำมันที่ควรกำหนด:
สินค้ากลุ่มน้ำมันเป็นสินค้าที่วัดคุณภาพได้ด้วยตัวเลข เจ้าของแบรนด์ควรกำหนดสเปกวัตถุดิบให้ชัดตั้งแต่ต้น และขอเอกสารของผู้จำหน่ายเพื่อใช้ประกอบการประเมิน รายการที่มักกำหนดในสเปกน้ำมันกลุ่มนี้ ได้แก่
- โปรไฟล์กรดไขมัน เช่น ร้อยละของ GLA และกรดไลโนเลอิกในน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ปริมาณ EPA และ DHA ในน้ำมันปลา และ ALA ในน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์
- ค่าที่บ่งชี้การเสื่อมของน้ำมัน เช่น ค่าเปอร์ออกไซด์ และค่าความเป็นกรด
- กรรมวิธีผลิตน้ำมัน เช่น สกัดเย็นหรือผ่านการกลั่นบริสุทธิ์
- แหล่งที่มาและประเทศต้นทางของวัตถุดิบ
- สำหรับน้ำมันปลา ข้อมูลชนิดปลาและผลตรวจสารปนเปื้อนตามที่ผู้จำหน่ายมี
ลูกค้าบางรายสอบถามเรื่องแหล่งปลา ค่าออกซิเดชัน โลหะหนัก และประเทศต้นทางของวัตถุดิบตั้งแต่ก่อนนัดคุย การเตรียมสเปกไว้ล่วงหน้าช่วยให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาได้ตรงกว่า เมื่อได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว เงื่อนไขการอนุญาตกำหนดให้ส่งผลวิเคราะห์คุณภาพเมื่อผลิตเพื่อจำหน่ายครั้งแรก ตัวเลขบนฉลากจึงควรตรงกับผลวิเคราะห์ของผลิตภัณฑ์จริง
การควบคุมออกซิเดชันในซอฟท์เจลน้ำมันไม่อิ่มตัว:
น้ำมันปลา น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ล้วนมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง จึงหืนได้เมื่อสัมผัสอากาศ แสง และความร้อน เมื่อน้ำมันเริ่มเสื่อม กลิ่นจะเปลี่ยนและค่าที่บ่งชี้การเสื่อมจะสูงขึ้น การควบคุมจึงต้องทำต่อเนื่องตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงมือผู้บริโภค แนวทางที่ใช้ในอุตสาหกรรม ได้แก่
- ตรวจค่าที่บ่งชี้การเสื่อมของน้ำมันแต่ละล็อตก่อนรับเข้าผลิต
- เก็บน้ำมันในภาชนะปิดสนิท พ้นแสง และควบคุมอุณหภูมิ
- ลดการสัมผัสอากาศระหว่างการผสมและการรอบรรจุ
- เติมสารต้านออกซิเดชันที่อนุญาต เช่น วิตามินอีหรือโทโคฟีรอลผสม เพื่อปกป้องคุณภาพของน้ำมัน
- ใช้เปลือกทึบแสงหรือบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันแสงและความชื้น
สารต้านออกซิเดชันที่เติมเพื่อปกป้องน้ำมันเป็นการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และต้องแสดงบนฉลากในฐานะวัตถุเจือปนอาหารตามประกาศ 450 หากใช้โทโคฟีรอลจากถั่วเหลือง ประกาศ 450 ยกเว้นโทโคฟีรอลธรรมชาติจากถั่วเหลืองออกจากกลุ่มถั่วเหลืองในข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร แต่ควรขอเอกสารแหล่งที่มาจากผู้จำหน่ายไว้ประกอบเสมอ สุดท้าย อายุการเก็บที่จะแสดงบนฉลากควรยืนยันด้วยการทดสอบความคงตัวในบรรจุภัณฑ์จริง
ฉลากซอฟท์เจลน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสและโอเมก้า 3-6-9:
นอกจากข้อมูลพื้นฐานตามประกาศ 450 และคำเตือนบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดตามประกาศ 411 แล้ว บัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) ยังกำหนดคำเตือนและตัวเลขที่ต้องแสดงเพิ่มตามชนิดส่วนประกอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าในบทความนี้โดยตรง
สำหรับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส บัญชีแนบท้ายลำดับ 2.5 กำหนดให้แสดงข้อความ ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมชัก และข้อความ ควรระวังในผู้ที่ได้รับยารักษาโรคลมชัก พร้อมแสดงปริมาณกรดไลโนเลอิกและกรดแกมมา-ไลโนเลนิก
สำหรับน้ำมันปลา บัญชีแนบท้ายลำดับ 2.4 กำหนดให้แสดงข้อความ ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา และข้อความ ควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือแอสไพริน พร้อมแสดงปริมาณน้ำมันปลา EPA DHA และกรดไขมันอิ่มตัวเป็นมิลลิกรัมต่อ 1 แคปซูล
สูตรโอเมก้า 3-6-9 ที่มีทั้งน้ำมันปลาและน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสจึงต้องแสดงข้อความและตัวเลขของทั้งสองรายการ ฉลากจึงมีข้อมูลบังคับมากกว่าสินค้าน้ำมันชนิดเดียว นอกจากนี้ประกาศ 450 กำหนดให้ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาเป็นกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร สำหรับน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ว่ามีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนกรณีเปลือกเจลาตินจากปลา ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่เรื่องการแสดงข้อมูลผู้แพ้อาหารเช่นกัน
รายการเฉพาะของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามประกาศ 293 ที่แก้ไขโดยประกาศ 405 ได้แก่ ชื่ออาหารต้องมีคำว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปริมาณที่บรรจุแสดงเป็นจำนวนเม็ด และชื่อกับปริมาณของส่วนประกอบสำคัญเรียงจากมากไปน้อย ชื่อสินค้าที่ใช้คำว่าโอเมก้า 3-6-9 จึงควรสอดคล้องกับส่วนประกอบและตัวเลขที่แสดง เพื่อไม่ให้ฉลากชวนให้เข้าใจผิดเรื่องคุณภาพหรือปริมาณ
ข้อความกล่าวอ้างบนฉลาก ใช้ได้แค่ไหน:
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) กำหนดกรอบการกล่าวอ้างทางสุขภาพไว้ 3 ประเภท และมีบัญชีข้อความสำเร็จรูปที่ใช้ได้เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข ในบัญชีมีรายการสำหรับ DHA และ EPA ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องปริมาณขั้นต่ำต่อหน่วยบริโภคและข้อความที่ต้องแสดงประกอบ ส่วนน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส GLA และ ALA ไม่อยู่ในรายการของบัญชีข้อความสำเร็จรูปดังกล่าว ข้อความเชิงหน้าที่ใดที่อยู่นอกบัญชีต้องผ่านการประเมินจากหน่วยประเมินที่ อย. ยอมรับ และได้รับอนุมัติจาก อย. ก่อนใช้
ในทางปฏิบัติ แนวทางที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าคือการสื่อสารด้วยข้อมูลองค์ประกอบ เช่น ปริมาณ GLA ต่อเม็ด ชนิดน้ำมัน วิธีสกัด และแหล่งที่มา ซึ่งตรวจสอบได้และไม่ต้องพึ่งข้อความกล่าวอ้างที่มีเงื่อนไข การโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร และในหลายกรณีต้องขออนุญาตก่อนเผยแพร่
ขั้นตอนเตรียมข้อมูลเพื่อขอใบเสนอราคาซอฟท์เจลน้ำมัน
ทีมงานจะยืนยันความเป็นไปได้ของสเปกที่คุณต้องการในใบเสนอราคา ข้อมูลที่ช่วยให้ประเมินได้เร็วและตรงขึ้นมีดังนี้
- ตลาดที่จะขาย ในประเทศไทยหรือส่งออก และประเทศปลายทาง
- ชนิดน้ำมันในสูตร และสัดส่วนที่ต้องการ หรือตัวเลขเป้าหมายต่อเม็ด เช่น GLA EPA DHA
- สเปกวัตถุดิบที่ต้องการ เช่น ร้อยละ GLA หรือข้อกำหนดเรื่องประเทศต้นทาง
- น้ำหนักบรรจุต่อเม็ด ขนาด รูปทรง และสีเปลือก รวมถึงข้อจำกัดเรื่องแหล่งที่มาของเจลาติน
- บรรจุภัณฑ์ ขวดหรือแผง และจำนวนเม็ดต่อหน่วย
- จำนวนที่ต้องการผลิตต่อรอบ
- เอกสารวัตถุดิบ หากคุณมีผู้จำหน่ายที่ต้องการใช้อยู่แล้ว
สำหรับเจ้าของแบรนด์ทั่วไป ปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำของซอฟท์เจลเริ่มที่ 50,000 เม็ด ส่วนนักวิจัยหรือนักศึกษาที่ทำโครงการวิจัยซึ่งสนับสนุนชุมชนหรือเสริมความเข้มแข็งของงานวิจัยในประเทศไทย สามารถขอปริมาณขั้นต่ำที่น้อยกว่านี้ได้ โดยแจ้งรายละเอียดโครงการมาพร้อมคำขอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซอฟท์เจลอีฟนิ่งพริมโรสและโอเมก้า 3-6-9:
1. ผลิตซอฟท์เจลน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส GLA 10% ได้หรือไม่?
ร้อยละของ GLA เป็นสเปกของวัตถุดิบน้ำมัน ไม่ใช่ของกระบวนการผลิต สิ่งที่ต้องทำคือหาวัตถุดิบที่ COA ระบุ GLA ตามที่ต้องการ แล้วคำนวณปริมาณต่อเม็ดสำหรับฉลาก ทีมงานจะตรวจความเป็นไปได้และยืนยันในใบเสนอราคา
2. สัดส่วนน้ำมันในสูตรโอเมก้า 3-6-9 ควรเป็นเท่าไร?
ไม่มีสัดส่วนมาตรฐานเดียว สัดส่วนเป็นการตัดสินใจของแบรนด์ โดยพิจารณาจากตัวเลขที่ต้องการแสดงบนฉลาก น้ำหนักเม็ด ต้นทุน และกลิ่น ทีมพัฒนาจะคำนวณจากสเปกจริงของวัตถุดิบแต่ละล็อต
3. สั่งผลิตและชำระเงินผ่านบริษัทใด?
การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดูแลงานขายของ ACC ติดต่อได้ที่โทร 095-194-1709 หรือ LINE @tibdglobal
เริ่มต้นโครงการซอฟท์เจลน้ำมันกับทีม ACC:
ACC Nutraceutical เป็นโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในจังหวัดชุมพร ที่เริ่มต้นจากการผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ก่อนนำองค์ความรู้ด้านวัตถุดิบ การสกัด และการควบคุมกระบวนการ มาต่อยอดสู่งานรับผลิตอาหารเสริมแบบ OEM โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านซอฟท์เจล พร้อมบริการบรรจุขวดหรือแผงบลิสเตอร์ จัดหาบรรจุภัณฑ์ และเตรียมข้อมูลขึ้นทะเบียน อย. ตามขอบเขตของโครงการ
หากคุณกำลังวางแผนซอฟท์เจลน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส หรือสูตรโอเมก้า 3-6-9 สำหรับแบรนด์ของตัวเอง ส่งข้อมูลสเปกเบื้องต้นเพื่อขอใบเสนอราคาได้ที่ accnutra.com/softgel หรือติดต่อโทร 095-194-1709 และ LINE @tibdglobal การรับคำสั่งซื้อและการชำระเงินดำเนินการผ่าน TIBD Company Limited
แหล่งอ้างอิง :
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ราชกิจจานุเบกษา 28 ธันวาคม 2548
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 3) ราชกิจจานุเบกษา 7 พฤษภาคม 2562
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 411) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ฉบับที่ 4) ราชกิจจานุเบกษา 16 ตุลาคม 2562
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) พ.ศ. 2566 เรื่อง การกล่าวอ้างทางสุขภาพของอาหารบนฉลาก (มีผล 2 กรกฎาคม 2567)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ราชกิจจานุเบกษา 18 กรกฎาคม 2567
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 ราชกิจจานุเบกษา 30 มีนาคม 2564
- คู่มือประชาชน การขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี (เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข) ฉบับที่ 2 ปรับปรุง 2 พฤศจิกายน 2566


